การใช้หมึกแห้งเพื่อต้มน้ำซุปเป็นเคล็ดลับที่ช่วยให้เมนูหูเตี๋ยว (ก๋วยเตี๋ยวเวียดนาม), บุ๋นหม็อก (ขนมจีนหมูยอ) หรือแบ๊งกัญ (ก๋วยจั๊บญวน) ของคุณมีรสหวานลึกและหอมกว่าวิธีการต้มแบบปกติ วิธีนี้ไม่เพียงแต่ช่วยประหยัดเวลาแต่ยังมอบรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวเหมือนทานที่ร้าน บทความด้านล่างนี้จะแนะนำคุณเกี่ยวกับ วิธีทำน้ำซุปด้วยหมึกแห้ง ตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกหมึก การเตรียมวัตถุดิบ การเคี่ยวกระดูก จนถึงการปรุงรสให้สมบูรณ์แบบ เพื่อให้ได้น้ำซุปที่ใสสะอาด รสชาติเข้มข้น รับรองว่าทุกคนในครอบครัวต้องชมว่าอร่อยครับ เชิญเลือกซื้อผลิตภัณฑ์คุณภาพได้ที่ ร้านค้า OlaSquid ของเรา
ทำไมถึงควรใช้หมึกแห้งในการทำน้ำซุป?
หลายคนคุ้นเคยกับการทำน้ำซุปด้วยกระดูกหมู กระดูกไก่ หรือกุ้งแห้ง แต่เมื่อได้ลองใส่หมึกแห้งลงไปในหม้อแล้ว จะยากที่จะกลับไปใช้วิธีเดิม เหตุผลอยู่ที่ความหวานตามธรรมชาติที่หมึกแห้งมอบให้ ซึ่งเป็นรสชาติที่การต้มกระดูกเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำได้

ในทางวิทยาศาสตร์ หมึกแห้งมีปริมาณกลูตาเมตตามธรรมชาติสูงมาก ซึ่งเป็นสารประกอบที่ให้รสอูมามิชนิดเดียวกับที่มีในซอสถั่วเหลือง ปลาแห้ง หรือชีสบ่มนาน เมื่อนำมาต้มในน้ำร้อน กลูตาเมตจะละลายออกมาและทำให้น้ำซุปมีรสชาติที่กลมกล่อม เข้มข้น โดยไม่ต้องใช้ผงชูรสหรือผงปรุงรสอุตสาหกรรม
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่าคือ ในการผลิตหมึกแห้ง 1 กิโลกรัม ต้องใช้หมึกสดถึง 4 – 4.5 กิโลกรัม สารอาหารทั้งหมดถูกทำให้เข้มข้นอยู่ในปริมาณเล็กน้อย หมายความว่าเพียงใช้หมึกแห้งขนาดกลาง 1 – 2 ตัว ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนคุณภาพน้ำซุปสำหรับ 4 – 6 คนได้อย่างสิ้นเชิง
นอกจากนี้ หมึกแห้งยังเก็บรักษาง่าย ไม่จำเป็นต้องแช่ตู้เย็นในระยะเวลาสั้นๆ และสามารถซื้อเก็บไว้เพื่อใช้ในคราวถัดไปได้ เมื่อต้องการน้ำซุปที่รวดเร็วแต่อร่อย หมึกแห้งถือเป็นวัตถุดิบที่สะดวกและรวดเร็วกว่าผงทำน้ำซุปสำเร็จรูปในท้องตลาดมาก หากคุณต้องการเลือกหมึกคุณภาพดี สามารถดูได้ที่ ผลิตภัณฑ์หมึกแห้ง ของเราครับ
วัตถุดิบสำหรับทำน้ำซุปด้วยหมึกแห้ง

นี่คือรายการวัตถุดิบมาตรฐานสำหรับ 4 – 6 คนทาน:
| วัตถุดิบ | ปริมาณ |
| หมึกแห้ง | 1 – 2 ตัว (80 – 100 กรัม) |
| กระดูกหมู (คาตังหรือซี่โครงอ่อน) | 500 – 700 กรัม |
| หอมแดง | 3 – 4 หัว |
| ขิงสด | 1 แง่ง (~30 กรัม) |
| น้ำตาลกรวด | 1 ก้อนเล็ก (~10 กรัม) |
| น้ำปลา | 2 – 3 ช้อนโต๊ะ |
| เกลือ | 1 ช้อนชา |
| ผงปรุงรส | 1 ช้อนชา |
| น้ำเปล่า | 2 – 2.5 ลิตร |
| หัวไชเท้า (ทางเลือก) | 1/2 หัว (~200 กรัม) |
วิธีเตรียมหมึกแห้งอย่างถูกวิธี
การเตรียมวัตถุดิบอย่างถูกวิธีเป็นขั้นตอนชี้ขาดว่าน้ำซุปจะใส มีกลิ่นหอม และไม่คาวหรือไม่ นี่คือคำแนะนำในการเตรียมวัตถุดิบให้ถูกต้อง:
วิธีเตรียมกระดูกหมู – ลวกและล้างเพื่อขจัดกลิ่นสาบ
กระดูกหมูสดมักจะมีเลือดและสิ่งสกปรกติดอยู่ในซอกกระดูกเสมอ นี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำซุปขุ่นและมีกลิ่นเหม็นคาว วิธีจัดการที่ถูกต้องคือ:
- ล้างกระดูกให้สะอาดด้วยน้ำเย็น ขูดไขมันส่วนเกินออกถ้ามี
- ลวกกระดูกในน้ำเดือดโดยเติมน้ำส้มสายชู 1 ช้อนโต๊ะ หรือขิงแก่ทุบลงไปประมาณ 5 – 7 นาที ฟองและสิ่งสกปรกจะลอยขึ้นมาบนผิวน้ำ
- ตักกระดูกออก แล้วล้างทำความสะอาดอีกครั้งด้วยน้ำเย็น ขั้นตอนนี้มักถูกมองข้าม แต่เป็นขั้นตอนที่สำคัญมากเพื่อให้ได้น้ำซุปที่ใสได้มาตรฐาน
- พักให้สะเด็ดน้ำก่อนนำไปใส่ในหม้อเคี่ยวหลัก

วิธีเตรียมหมึกแห้ง – ย่างเล็กน้อยเพื่อกระตุ้นกลิ่นหอม
นี่คือขั้นตอนที่สร้างความแตกต่างระหว่างน้ำซุปธรรมดากับน้ำซุปที่หอมอร่อยอย่างแท้จริง การย่างหมึกแห้งก่อนนำไปต้มจะช่วยสร้างกลิ่นหอมและเพิ่มความหวานให้หมึก อีกทั้งยังลดกลิ่นคาวเฉพาะตัวของหมึกแห้งที่ยังไม่ผ่านการปรุงแต่ง
- วิธีที่ 1 – ย่างโดยตรงบนเตาแก๊ส: ใช้ที่คีบย่างหมึกแห้งโดยตรงบนไฟอ่อน แต่ละด้านประมาณ 30 – 45 วินาที จนหมึกเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและมีกลิ่นหอม ไม่ควรย่างนานเกินไปเพราะหากไหม้จะทำให้น้ำซุปมีรสขม
- วิธีที่ 2 – ย่างด้วยกระทะแห้ง: ตั้งกระทะบนเตาโดยไม่ต้องใส่น้ำมัน ใช้ไฟกลาง วางหมึกในกระทะ ย่างด้านละ 1 – 2 นาทีจนเริ่มมีกลิ่นหอม
- หลังการย่าง: แช่หมึกในน้ำเย็น 10 – 15 นาทีเพื่อให้หมึกนุ่มขึ้น จะทำให้ความหวานละลายลงในน้ำซุปได้ดียิ่งขึ้น จากนั้นตักออกและพักให้สะเด็ดน้ำ

ย่างหอมแดงและขิงเพื่อดับกลิ่นคาวของหมึก
หอมแดงและขิงย่างเป็นวัตถุดิบที่ขาดไม่ได้ในหม้อน้ำซุป ช่วยทั้งสร้างกลิ่นหอมและดับกลิ่นคาวตามธรรมชาติของอาหารทะเล
- วางหอมแดงและขิงบนเตาแก๊สหรือนำไปอบในเตาอบที่อุณหภูมิ 200°C ประมาณ 10 – 12 นาที จนเปลือกเริ่มไหม้เล็กน้อย ด้านในนุ่มและมีกลิ่นหอม
- ปอกเปลือกส่วนที่ไหม้ออก แล้วทุบขิงให้แตก
- ใส่ลงในหม้อน้ำซุปทันทีหลังจากเคี่ยวกระดูกไปได้ 20 – 30 นาทีแรก
คำแนะนำโดยละเอียดขั้นตอนการต้มน้ำซุปด้วยหมึกแห้ง
วิธีทำน้ำซุปด้วยหมึกแห้งแบ่งออกเป็น 3 ขั้นตอนหลัก ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1: เคี่ยวกระดูกเพื่อทำน้ำสต๊อกพื้นฐาน
เริ่มต้นด้วยการทำน้ำสต๊อกจากกระดูกหมู วิธีเคี่ยวกระดูกหมูให้ถูกวิธีคือ:
- ใส่กระดูกหมูที่เตรียมไว้ลงในหม้อ เติมน้ำเย็น 2 – 2.5 ลิตร
- ใช้ไฟแรงจนเดือดพล่าน ใช้ช้อนตักฟองออกต่อเนื่องในช่วง 10 นาทีแรก เพื่อให้สิ่งสกปรกที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระดูกลอยขึ้นมา
- ลดไฟลงเหลือไฟอ่อน อย่าให้เดือดพล่าน
- ใส่หอมแดงย่างและขิงย่างลงไป ปิดฝาแง้มๆ เคี่ยวต่อ 20 – 30 นาที
- สามารถใส่หัวไชเท้าลงไปพร้อมกับขิงและหอมแดง จะช่วยเพิ่มความหวานให้น้ำซุปได้มากขึ้น

ขั้นตอนที่ 2: ใส่หมึกแห้งลงไปเคี่ยวรวมกัน (30 – 45 นาที)
หลังจากน้ำซุปมีความหวานพื้นฐานจากกระดูกแล้ว ถึงเวลาที่ต้องใส่หมึกแห้งลงไปเพื่อให้ได้น้ำซุปที่รสชาติอร่อยตามแบบฉบับ
- ใส่หมึกแห้งที่ย่างและแช่นุ่มแล้วลงในหม้อ
- รักษาความร้อนให้คงที่แบบไฟอ่อน อย่าให้เดือดแรง
- เคี่ยวต่ออีก 30 – 45 นาที ในช่วงเวลานี้ กลูตาเมตและสารประกอบที่มีกลิ่นหอมในหมึกจะค่อยๆ ละลายลงในน้ำ สร้างชั้นรสหวานลึกที่เป็นเอกลักษณ์
- คอยตรวจสอบและตักฟองออกหากมี
ขั้นตอนที่ 3: ทำให้สมบูรณ์และปรุงรสรวมถึงการแต่งสี
หลังจากเคี่ยวครบเวลา น้ำซุปจะมีความหวานกลมกล่อม ขั้นตอนสุดท้ายนี้คือการปรับแต่งให้น้ำซุปสมบูรณ์แบบตามรสชาติที่คุณชอบ
- กรองน้ำซุปผ่านตะแกรงหรือผ้าขาวบางเพื่อเอาเศษกระดูกและหมึกออก น้ำซุปจะใสและดูน่าทานขึ้นมาก
- ปรุงรสตามลำดับ: เกลือ, น้ำปลา, น้ำตาลกรวด ปรุงทีละอย่างและชิมรสระหว่างขั้นตอนเพื่อหลีกเลี่ยงรสเค็มหรือหวานเกินไป
- หากต้องการให้น้ำซุปมีสีสวยงามมากขึ้น: สามารถเพิ่มน้ำมันเจียวหรือหอมเจียวลงไปเล็กน้อยเพื่อสร้างสีทองที่น่าทาน
- เก็บน้ำซุปไว้ในอุณหภูมิที่อุ่นจนกว่าจะใช้เพื่อไม่ให้กลิ่นหอมหายไป

เมนูอร่อยที่ทำจากน้ำซุปหมึกแห้ง
หม้อน้ำซุปหมึกแห้งที่ได้มาตรฐานคือรากฐานในการสร้างอาหารหลากหลายเมนู ขึ้นอยู่กับภูมิภาคและรสชาติ คุณสามารถปรับเปลี่ยนได้อย่างยืดหยุ่น
น้ำซุปหมึกแห้งสำหรับทำหูเตี๋ยว (ก๋วยเตี๋ยว) นามวัง
นี่คือการประยุกต์ใช้ที่แพร่หลายและมีรสชาติตรงแบบที่สุดของน้ำซุปหมึกแห้ง หูเตี๋ยวนามวังแบบดั้งเดิมมักจะมีหมึกแห้งเป็นส่วนประกอบในหม้อน้ำซุป สร้างรสหวานกลมกล่อมที่เป็นเอกลักษณ์แตกต่างจากการเคี่ยวกระดูกเพียงอย่างเดียว
วิธีการปรุง: ใช้น้ำซุปที่ปรุงเสร็จแล้ว เติมกุ้งสด หมูสับ และตับหมูลงในชาม แล้วราดน้ำซุปร้อนๆ ทานคู่กับถั่วงอก กุยช่ายหั่นท่อน มะนาว และพริก ความหวานจากหมึกจะทำให้น้ำซุปมีรสชาติลึกขึ้น และแทบไม่ต้องใช้ผงชูรสเพิ่ม

น้ำซุปหมึกแห้งสำหรับทำบุ๋นจ๋าคำ (ขนมจีนปลาทอดสไตล์เวียดนามกลาง)
บุ๋นจ๋าคำ แบบเวียดนามกลางมักจะผสมน้ำซุปจากกระดูกปลาและหมึกแห้งเพื่อสร้างรสชาติท้องทะเลที่เป็นเอกลักษณ์ เพิ่มตะไคร้ทุบ พริกสด และกะปิลงในหม้อน้ำซุปหมึกแห้งพื้นฐาน คุณก็จะได้บุ๋นจ๋าคำเวอร์ชันเวียดนามกลางที่เข้มข้น

หมายเหตุ: ไม่จำเป็นต้องเติมน้ำปลาเยอะ เพราะหมึกแห้งมีความเค็มตามธรรมชาติอยู่แล้ว – ปรุงรสให้เบามือกว่าการทำน้ำซุปปกติ
น้ำซุปหมึกแห้งสำหรับทำบุ๋นเรียว (ขนมจีนน้ำเงี้ยวปู)
บุ๋นเรียวปูแบบดั้งเดิมมักใช้พื้นฐานน้ำซุปจากมะเขือเทศ แต่การเพิ่มน้ำซุปหมึกแห้งลงไปเล็กน้อยจะทำให้น้ำซุปมีมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น วิธีง่ายๆ คือ ผสมน้ำซุปหมึกแห้ง 1 ส่วน กับน้ำต้มปูนา 2 ส่วน จากนั้นปรุงรสด้วยมะเขือเทศและกะปิตามปกติ ผลลัพธ์ที่ได้คือชามบุ๋นเรียวที่มีทั้งรสเปรี้ยวและหวาน รสชาติทะเลและธรรมชาติผสมผสานกันอย่างน่าสนใจ

น้ำซุปหมึกแห้งสำหรับทำแบ๊งกัญ / นุ่ย
สำหรับแบ๊งกัญหรือนุ่ย เมนูที่ต้องการน้ำซุปเข้มข้นเพื่อให้ซึมเข้าเส้นแป้ง น้ำซุปหมึกแห้งถือเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบ เพิ่มกุ้งแห้ง หอมเจียว และพริกไทยป่นลงในน้ำซุป ราดลงบน แบ๊งกัญหมึก, ขาหมู หรือนุ่ยผัด คุณก็จะได้มื้อเช้าที่รสชาติตรงตามแบบฉบับเวียดนามใต้

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการทำน้ำซุปด้วยหมึกแห้งและวิธีแก้ไข
แม้จะมีสูตรชัดเจน แต่ก็ยังมีข้อผิดพลาดทั่วไปที่มือใหม่มักทำ นี่คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเมื่อทำน้ำซุปด้วยหมึกแห้งและวิธีแก้ไข
น้ำซุปขุ่น
สาเหตุ: ใช้ไฟแรงเกินไป ปล่อยให้น้ำเดือดพล่านต่อเนื่อง ไม่ตักฟองออกในช่วงแรก ไม่ลวกกระดูกให้สะอาดก่อนเคี่ยว
วิธีแก้ไข:
- รักษาไฟอ่อนเสมอหลังจากน้ำเดือดครั้งแรก
- ตักฟองออกต่อเนื่องในช่วง 10 – 15 นาทีแรก
- หากน้ำซุปขุ่นไปแล้ว ให้ใส่หัวไชเท้าฝานหรือไข่ขาวลงในหม้อที่กำลังอุ่น สิ่งสกปรกจะเกาะติดและตักออกได้ง่ายขึ้น
- กรองน้ำซุปผ่านผ้าขาวบางหรือตะแกรงละเอียดก่อนใช้

น้ำซุปมีกลิ่นคาวหมึก
สาเหตุ: ไม่ได้ย่างหมึกก่อนเคี่ยว ใช้หมึกแห้งคุณภาพต่ำหรือเริ่มขึ้นรา ไม่มีหอมแดงและขิงย่างในหม้อ
วิธีแก้ไข:
- ต้องย่างหมึกก่อนเคี่ยวทุกครั้ง
- เพิ่มปริมาณขิงย่างมากขึ้นหากหมึกมีกลิ่นแรง
- หากเคี่ยวไปแล้วน้ำยังคาวอยู่: ให้เติมน้ำปลาดี 1 ช้อนโต๊ะ และพริกไทยป่นเล็กน้อย กลิ่นคาวจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
- เลือกหมึกแห้งที่มีคุณภาพตั้งแต่ต้น หมึกแห้งจาก Ola Squid ได้รับการตากแห้งตามธรรมชาติ ไม่ใช้สารเคมี ดังนั้นกลิ่นคาวจึงน้อยมากและจัดการง่ายกว่า
น้ำซุปไม่หวานพอแม้เคี่ยวมานาน
สาเหตุ: ใช้หมึกแห้งน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับปริมาณน้ำ หมึกคุณภาพต่ำ ปริมาณอูมามิในหมึกน้อย ไฟอ่อนเกินไปทำให้รสชาติไม่ละลายลงในน้ำ
วิธีแก้ไข:
- เพิ่มปริมาณหมึกแห้งเป็นอย่างน้อย 80 – 100 กรัม ต่อน้ำ 2 ลิตร
- เติมกุ้งแห้งเล็กน้อยเพื่อเสริมรสหวานจากแหล่งอาหารทะเลที่หลากหลาย
- ใส่น้ำตาลกรวดและเกลือเล็กน้อยเพื่อดึงรสหวานออกมา ช่วยให้รสชาติต่างๆ ผสมผสานกันได้ดีขึ้น
- เคี่ยวในอุณหภูมิที่อุ่นพอ (~85 – 90°C) เพราะหากอุณหภูมิต่ำเกินไปรสชาติจะไม่ละลายออกมา และถ้าสูงเกินไปน้ำจะขุ่น
เคล็ดลับการเลือกหมึกแห้งคุณภาพดีสำหรับทำน้ำซุปให้ได้มาตรฐาน
ไม่ว่าสูตรจะสมบูรณ์แบบแค่ไหน หมึกแห้งที่คุณภาพต่ำก็จะทำให้ได้น้ำซุปที่จืดชืดหรือมีกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์
วิธีเลือกหมึกแห้ง สำหรับทำน้ำซุป:
- สี: หมึกแห้งตามธรรมชาติจะมีสีน้ำตาลทองอ่อนๆ หรือสีแดงอมชมพูที่ลำตัว ไม่ขาวจัดและไม่มีจุดดำที่เป็นสัญญาณของหมึกขึ้นรา
- กลิ่น: มีกลิ่นคาวอ่อนๆ เฉพาะตัวของหมึกทะเล ไม่มีกลิ่นเปรี้ยว กลิ่นสารเคมี หรือกลิ่นฉุนผิดปกติ
- ความแห้ง: หมึกที่ได้มาตรฐานต้องแห้งทั่วถึง ไม่เหนียวติดมือ ไม่นุ่มหรือยุ่ย
- เลือกขนาดเล็ก / มินิ: หมึกแห้งขนาดเล็กจะมีพื้นที่ผิวสัมผัสกับน้ำมากกว่าหมึกตัวใหญ่ในปริมาณน้ำหนักที่เท่ากัน ดังนั้นรสหวานจึงละลายลงในน้ำได้เร็วกว่า สม่ำเสมอกว่า เหมาะสำหรับการทำน้ำซุปมากกว่าหมึกตัวใหญ่

Ola Squid จำหน่ายหมึกแห้งหลากหลายประเภทที่เหมาะสำหรับการทำน้ำซุป รวมถึงหมึกแห้งมินิ และ หมึกแดดเดียว ที่คัดสรรมาอย่างดีและมีแหล่งที่มาชัดเจน ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดได้รับการควบคุมความชื้นและไม่ใช้สารกันบูด เพื่อรับรองความหวานตามธรรมชาติเมื่อนำไปเคี่ยว
คำถามที่พบบ่อย (FAQ) เกี่ยวกับการทำน้ำซุปด้วยหมึกแห้ง
ต้องแช่หมึกแห้งก่อนเคี่ยวหรือไม่?
จำเป็น แต่แช่เพียงระยะเวลาสั้นๆ เท่านั้น หลังจากย่างหมึกเล็กน้อย ให้แช่ในน้ำเย็นประมาณ 10 – 15 นาที เพื่อให้หมึกนุ่มขึ้น ช่วยให้รสหวานละลายลงในน้ำซุปได้เร็วและทั่วถึงมากขึ้น ไม่จำเป็นต้องแช่นานเกินไป เพราะการแช่นานเกินไปอาจทำให้รสอูมามิบางส่วนเสียไปในน้ำที่แช่
ต้องเคี่ยวหมึกแห้งนานเท่าไหร่จึงจะให้รสหวานดีที่สุด?
30 – 45 นาที เป็นระยะเวลาที่เหมาะสมที่สุดหลังจากใส่หมึกลงในหม้อน้ำที่อุ่นแล้ว หากเคี่ยวต่ำกว่า 20 นาที รสชาติจะยังไม่ลึกซึ้งพอ หากเคี่ยวเกิน 60 นาที หมึกจะเริ่มคายสารที่ทำให้มีรสขมเล็กน้อย การใช้ไฟอ่อนและระยะเวลาที่พอเหมาะคือสูตรสำเร็จของน้ำซุปที่หวานกลมกล่อม
หลังเคี่ยวแล้ว ควรทานหมึกในหม้อด้วยหรือไม่?
ทานได้ แต่ขึ้นอยู่กับประเภทของหมึก หมึกแห้งมินิหลังจากเคี่ยวแล้วมักจะนุ่มและทานได้ สามารถฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ทานคู่กับชามบุ๋นหรือหูเตี๋ยวได้ ส่วนหมึกตัวใหญ่หลังจากเคี่ยวแล้วมักจะเหนียวและจืดลง เพราะความหวานได้ละลายลงในน้ำซุปหมดแล้ว มักจะนำไปตากหรือคั่วใหม่เพื่อทานแยกมากกว่าทานในชามน้ำซุป
น้ำซุปหมึกแห้งเก็บรักษาได้นานเท่าไหร่?
2 – 3 วัน ในช่องเย็นของตู้เย็น หากปิดภาชนะให้แน่น หากต้องการเก็บให้นานขึ้น สามารถแบ่งน้ำซุปใส่กล่องหรือถุงซิปล็อกแล้วแช่แข็ง จะเก็บได้นาน 2 – 3 สัปดาห์ เมื่อนำกลับมาใช้ ให้ค่อยๆ อุ่นบนไฟอ่อน หลีกเลี่ยงการต้มเดือดพล่านเพื่อไม่ให้น้ำซุปขุ่น
วิธีทำน้ำซุปด้วยหมึกแห้ง ไม่ยาก แต่ต้องใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมกระดูก การย่างหมึก ไปจนถึงการคุมไฟระหว่างเคี่ยว เมื่อทำได้อย่างถูกต้อง ผลลัพธ์ที่ได้คือน้ำซุปที่ใสสะอาด หวานลึกจากรสอูมามิธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องใช้ผงปรุงรสใดๆ
หากคุณกำลังมองหาแหล่งหมึกแห้งคุณภาพดีเพื่อเริ่มต้นทำสูตรนี้ เชิญแวะชมที่ OlaSquid.com – ผู้จำหน่ายหมึกแห้งธรรมชาติ ไม่ใช้สารกันบูด คัดสรรมาอย่างพิถีพิถันจากแหล่งประมงที่เชื่อถือได้ครับ หากต้องการสินค้าประเภท หมึกแห้งทั้งตัว หรือ หมึกแห้งรีด คุณภาพสูง เชิญเลือกชมในเว็บไซต์ของเราได้เลยครับ
“

English
Tiếng Việt