โจ๊กปลาหมึก เป็นเมนูคุ้นเคยที่หลายครอบครัวชื่นชอบ ด้วยรสชาติหวานสดชื่น รับประทานง่าย และอุดมด้วยสารอาหาร การจะต้มโจ๊กหม้อหนึ่งให้หอมอร่อย เมล็ดข้าวนุ่มละเอียด น้ำซุปใสหวาน และปลาหมึกยังคงความกรอบตามธรรมชาติ ผู้ทำต้องรู้จักวิธีเตรียม หมัก และใส่ปลาหมึกในเวลาที่เหมาะสม ในบทความนี้ Ola Squid จะแนะนำวิธีทำโจ๊กปลาหมึกอย่างละเอียดง่ายๆ ที่บ้าน พร้อมเคล็ดลับที่มีประโยชน์เพื่อให้อาหารน่าดึงดูดยิ่งขึ้น

โจ๊กปลาหมึกสดมีประโยชน์อะไรต่อสุขภาพ?

โจ๊กปลาหมึกสดเป็นอาหารที่อร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เหมาะสำหรับบำรุงร่างกายและเติมพลังงานในแต่ละวัน

  • แหล่งโปรตีนที่อุดมสมบูรณ์: ปลาหมึกสดมีโปรตีนสูงพร้อมแร่ธาตุหลากหลาย เช่น แคลเซียม เหล็ก สังกะสี ฟอสฟอรัส และแมกนีเซียม ซึ่งช่วยสนับสนุนสุขภาพกระดูกและข้อ บำรุงกล้ามเนื้อ และเสริมสร้างความแข็งแรงของร่างกาย
  • เหมาะสำหรับทุกช่วงวัย: โจ๊กปลาหมึกมีเนื้อสัมผัสนุ่ม รับประทานง่าย จึงเหมาะสำหรับทั้งผู้ใหญ่ ผู้ที่เพิ่งหายป่วย และเด็กเล็กที่เริ่มรับประทานอาหารเสริม อย่างไรก็ตาม สำหรับเด็กเล็ก ผู้ปกครองควรสับหรือบดปลาหมึกให้ละเอียดและปรับเครื่องปรุงให้เหมาะสมเพื่อให้ย่อยได้ง่าย
โจ๊กปลาหมึกสดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและย่อยง่าย
โจ๊กปลาหมึกสดเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงและย่อยง่าย

วัตถุดิบทำโจ๊กปลาหมึกสด

สำหรับการทำโจ๊กปลาหมึกสำหรับประมาณ 4 คน ให้เตรียมวัตถุดิบต่อไปนี้ให้ครบถ้วน

วัตถุดิบ ปริมาณ
ปลาหมึกสด 500 กรัม
ข้าวสาร 250 กรัม
กระดูกหมู (หรือน้ำซุป 1.5 ลิตร) 500 กรัม
หอมแดง 3–4 หัว
กระเทียม 3 กลีบ
ขิง 1 แง่งเล็ก
น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
พริกไทยป่น 1 ช้อนชา
เกลือ ผงปรุงรส น้ำตาล ตามชอบ
ต้นหอม 3 ต้น
ผักชี เล็กน้อย
ถั่วงอก 100 กรัม

อุปกรณ์ที่ต้องเตรียม:

  • หม้อสำหรับต้มโจ๊ก
  • กระทะเคลือบสำหรับผัดปลาหมึก
  • มีดและเขียง
  • ชามและช้อน
  • กระชอนหรือทัพพีตักฟอง (หากต้มกระดูก)
วัตถุดิบทำโจ๊กปลาหมึกสด
วัตถุดิบทำโจ๊กปลาหมึกสด

วิธีทำโจ๊กปลาหมึกสดทีละขั้นตอน

เมื่อเตรียมวัตถุดิบครบแล้ว ให้ทำตามขั้นตอนด้านล่างเพื่อให้ได้โจ๊กปลาหมึกสดที่มีรสหวานสดชื่น เมล็ดข้าวนุ่มละเอียด และปลาหมึกยังคงความกรอบตามธรรมชาติ

ขั้นตอนที่ 1: เตรียมปลาหมึกสด

ล้างปลาหมึกสดให้สะอาด ค่อยๆ แยกหัวออกจากลำตัวแล้วเอาถุงหมึก อวัยวะภายใน และกระดูกสันหลังที่ใสออก จากนั้นล้างปลาหมึกด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง แล้วนวดเบาๆ ด้วยขิงทุบ น้ำเปล่า 1 ช้อนโต๊ะหรือน้ำส้มสายชู 1 ช้อนชา ประมาณ 3–5 นาที เพื่อดับกลิ่นคาว สุดท้ายล้างปลาหมึกใต้น้ำสะอาด สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นเป็นชิ้นหรือวงขนาดพอดีคำ

การเตรียมอย่างละเอียดและการดับกลิ่นคาวที่ถูกวิธีช่วยให้ปลาหมึกคงรสหวานตามธรรมชาติเมื่อต้มโจ๊ก
การเตรียมอย่างละเอียดและการดับกลิ่นคาวที่ถูกวิธีช่วยให้ปลาหมึกคงรสหวานตามธรรมชาติเมื่อต้มโจ๊ก

ดูเพิ่มเติม: เคล็ดลับทำความสะอาดปลาหมึกให้สะอาด ไม่คาว และเร็วมาก

ขั้นตอนที่ 2: หมักปลาหมึกก่อนผัด

ใส่ปลาหมึกในชาม หมักด้วยน้ำปลา 1 ช้อนชา ผงปรุงรส 1/2 ช้อนชา พริกไทยป่น 1/4 ช้อนชา ขิงสับ 1 ช้อนชา และกระเทียมสับ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากันและพักปลาหมึกไว้ประมาณ 10–15 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเบาๆ ไม่ควรหมักนานเกินไปเพราะเกลือในเครื่องปรุงอาจทำให้ปลาหมึกคายน้ำ ส่งผลต่อความกรอบหลังผัด

การหมักปลาหมึกในเวลาที่พอดีช่วยให้ปลาหมึกมีรสเข้มข้นแต่ยังคงความหวานและความแน่น
การหมักปลาหมึกในเวลาที่พอดีช่วยให้ปลาหมึกมีรสเข้มข้นแต่ยังคงความหวานและความแน่น

ขั้นตอนที่ 3: ต้มน้ำซุปและคั่วข้าว

หากใช้กระดูกหมู ให้ลวกในน้ำเดือดแล้วล้างให้สะอาดก่อนเคี่ยวกับน้ำประมาณ 1.5–2 ลิตร เป็นเวลา 45–60 นาที เพื่อดึงรสหวานตามธรรมชาติออกมา ในระหว่างนั้นให้ซาวข้าวให้สะอาดแล้วคั่วบนไฟอ่อนประมาณ 5–7 นาที จนเมล็ดข้าวเริ่มเหลืองและมีกลิ่นหอม การคั่วข้าวก่อนช่วยให้โจ๊กสุกเร็วขึ้น เมล็ดข้าวพองตัวสม่ำเสมอ และมีกลิ่นหอมน่ารับประทาน

การคั่วข้าวก่อนต้มช่วยให้โจ๊กหอมขึ้น เมล็ดข้าวพองตัวสม่ำเสมอและเนียนละเอียด
การคั่วข้าวก่อนต้มช่วยให้โจ๊กหอมขึ้น เมล็ดข้าวพองตัวสม่ำเสมอและเนียนละเอียด

เมื่อน้ำซุปได้รสหวานแล้ว ใส่ข้าวคั่วลงในหม้อและต้มประมาณ 25–30 นาที คนเบาๆ เป็นครั้งคราวเพื่อไม่ให้โจ๊กติดก้นหม้อ

ขั้นตอนที่ 4: ผัดปลาหมึกและเสร็จสิ้นการต้มโจ๊ก

เจียวหอมแดงกับน้ำมันพืชเล็กน้อยจนหอม จากนั้นใส่ปลาหมึกที่หมักแล้วผัดบนไฟแรงประมาณ 1–2 นาที จนปลาหมึกเริ่มแน่นแล้วปิดไฟ เมื่อโจ๊กสุกดีแล้ว ใส่ปลาหมึกทั้งหมดลงในหม้อ คนให้เข้ากัน และต้มต่ออีก 2–3 นาที นี่คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดให้ปลาหมึกสุกพอดี นุ่มหวาน และไม่เหนียว

การใส่ปลาหมึกเมื่อโจ๊กสุกดีแล้วคือเคล็ดลับที่ช่วยให้ปลาหมึกนุ่มหวานและไม่เหนียว
การใส่ปลาหมึกเมื่อโจ๊กสุกดีแล้วคือเคล็ดลับที่ช่วยให้ปลาหมึกนุ่มหวานและไม่เหนียว

สุดท้าย ปรุงรสโจ๊กด้วยน้ำปลา ผงปรุงรส และพริกไทยป่นตามชอบ เมื่อจะรับประทาน ตักโจ๊กใส่ชาม โรยต้นหอมและผักชี และเสิร์ฟพร้อมถั่วงอกหากต้องการ เพื่อให้อาหารหอมอร่อยและน่าดึงดูดยิ่งขึ้น

ชามโจ๊กปลาหมึกร้อนๆ ที่น่าดึงดูดหลังจากทำเสร็จ
ชามโจ๊กปลาหมึกร้อนๆ ที่น่าดึงดูดหลังจากทำเสร็จ

ดูเพิ่มเติม:

ข้อควรระวังสำคัญเมื่อทำโจ๊กปลาหมึกสด

เพื่อให้โจ๊กปลาหมึกสดหอมอร่อย น้ำซุปใสหวาน และปลาหมึกยังคงความกรอบตามธรรมชาติ ควรระวังสิ่งต่อไปนี้:

  • เตรียมปลาหมึกให้สะอาดเพื่อดับกลิ่นคาว: เอาถุงหมึก อวัยวะภายใน และกระดูกสันหลังออกให้หมด จากนั้นนวดเบาๆ ด้วยขิง เหล้าขาว หรือน้ำส้มสายชูประมาณ 3–5 นาที แล้วล้างด้วยน้ำอีกครั้ง
  • อย่าผัดหรือต้มปลาหมึกนานเกินไป: ควรผัดปลาหมึกเพียงประมาณ 1–2 นาที และใส่ลงหม้อเมื่อโจ๊กเกือบสุก ต้มต่ออีก 2–3 นาทีก็เพียงพอให้ปลาหมึกสุกพอดี นุ่มหวาน และไม่เหนียว
  • ปรับสัดส่วนข้าวและน้ำให้เหมาะสม: สำหรับข้าวประมาณ 250 กรัม ควรใช้น้ำซุป 1.8–2 ลิตร เพื่อให้โจ๊กมีความข้นพอดี หากโจ๊กข้นเกินให้เติมน้ำซุปร้อน หากเหลวเกินให้ต้มต่อบนไฟอ่อนจนได้ความข้นที่ต้องการ
ข้อควรระวังเล็กน้อยบางประการระหว่างการทำโจ๊กปลาหมึก
ข้อควรระวังเล็กน้อยบางประการระหว่างการทำโจ๊กปลาหมึก

วิธีเลือกปลาหมึกสดที่ดีสำหรับทำโจ๊ก

ปลาหมึกสดเป็นวัตถุดิบที่กำหนดความหวานของน้ำซุปและรสชาติของโจ๊ก เมื่อเลือกซื้อควรให้ความสำคัญกับปลาหมึกที่มีลักษณะดังต่อไปนี้:

  • ลำตัวมันวาว เนื้อแน่น: ผิวของปลาหมึกควรมีสีขาวใสหรือชมพูอ่อนตามธรรมชาติ เมื่อกดเบาๆ ที่ลำตัวจะมีความยืดหยุ่นดีและกลับสู่สภาพเดิมได้อย่างรวดเร็ว
  • ตาใสสว่าง: ตาที่ยังใส ไม่ขุ่นหรือยุบลึก เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าปลาหมึกยังสด
  • หนวดติดแน่นกับลำตัว: ส่วนหัวและหนวดต้องติดแน่นกับลำตัว หนวดทั้งหมดยังสมบูรณ์ ไม่หลุดหรือนิ่มเละ
  • มีกลิ่นหอมเป็นเอกลักษณ์ของอาหารทะเลสด: ปลาหมึกสดควรมีกลิ่นคาวทะเลอ่อนๆ ตามธรรมชาติเท่านั้น หากมีกลิ่นเหม็น กลิ่นฉุน หรือกลิ่นแปลกๆ ไม่ควรเลือกซื้อ
การเลือกปลาหมึกสดคุณภาพดีช่วยให้น้ำซุปโจ๊กหวานและหอมอร่อยยิ่งขึ้น
การเลือกปลาหมึกสดคุณภาพดีช่วยให้น้ำซุปโจ๊กหวานและหอมอร่อยยิ่งขึ้น

ดูรายละเอียด: วิธีเลือกปลาหมึกสดอร่อยที่ไม่ใช่ทุกคนจะรู้

วิธีเก็บรักษาโจ๊กปลาหมึกสดหากทำเหลือ

หากยังรับประทานไม่หมด ต้องเก็บรักษาโจ๊กให้ถูกวิธีเพื่อรักษารสชาติและความปลอดภัยของอาหาร

  • เก็บส่วนโจ๊กและปลาหมึกแยกกัน: นี่คือวิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันไม่ให้ปลาหมึกเหนียวเมื่ออุ่นใหม่ ใส่โจ๊กและปลาหมึกในกล่องปิดสนิทแยกสองใบ แล้วเก็บในช่องแช่เย็นตู้เย็น
  • อุ่นอย่างถูกวิธีก่อนรับประทาน: อุ่นส่วนโจ๊กก่อน จากนั้นจึงใส่ปลาหมึกลงไปและต้มต่ออีกประมาณ 1–2 นาที เพื่อให้ปลาหมึกร้อนพอดีโดยยังคงความนุ่มหวาน
  • ควรรับประทานให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง: โจ๊กปลาหมึกสดอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานทันทีหลังทำ หากเก็บในตู้เย็น ควรรับประทานให้หมดภายใน 24 ชั่วโมง เพื่อรักษารสชาติและความปลอดภัยของอาหาร
การเก็บส่วนโจ๊กและปลาหมึกแยกกันช่วยให้อาหารคงรสชาติหอมอร่อยเมื่ออุ่นใหม่
การเก็บส่วนโจ๊กและปลาหมึกแยกกันช่วยให้อาหารคงรสชาติหอมอร่อยเมื่ออุ่นใหม่

ข้างต้นคือวิธีทำโจ๊กปลาหมึกหอมอร่อยพร้อมประสบการณ์การเลือกวัตถุดิบ การเตรียม และการปรุงอาหารเพื่อให้โจ๊กคงรสหวานตามธรรมชาติและปลาหมึกไม่เหนียว นอกจากปลาหมึกสดแล้ว ปลาหมึกแห้งก็เป็นวัตถุดิบที่หลายครอบครัวเลือกใช้ในการทำอาหารหลากหลายเมนูน่าทาน หากสนใจ สามารถดูผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแห้งคุณภาพได้ที่ Ola Squid เลย!

Rate this post
This site uses cookies to offer you a better browsing experience. By browsing this website, you agree to our use of cookies.