ปลากะตักแห้งผัดซอส (Cá cơm khô rim) เป็นเมนูพื้นบ้านที่ทานกับข้าวสวยร้อนๆ ได้อร่อยมาก ด้วยรสชาติเค็มหวานที่กลมกล่อม เผ็ดนิดๆ และกลิ่นหอมชวนทานจากกระเทียม พริก หรือเครื่องปรุงต่างๆ เมนูนี้สามารถทานคู่กับข้าวสวย ข้าวต้ม หรือทำเป็นกับแกล้มก็สะดวกมาก ในบทความนี้จาก Ola Squid เรามาดูสูตรทำปลากะตักแห้งผัดซอสให้อร่อยถูกปากและทำได้ง่ายๆ กันเลยครับ หากคุณชื่นชอบอาหารทะเลแห้งคุณภาพเยี่ยม อย่าลืมแวะไปเลือกชมสินค้าได้ที่ หน้าร้านของเรา
1. วิธีทำปลากะตักแห้งผัดพริกกระเทียม
1.1. วัตถุดิบ
วัตถุดิบที่จำเป็นสำหรับทำ เมนูปลากะตักแห้งผัดพริกกระเทียม มีดังนี้:
- ปลากะตักแห้ง 300 กรัม
- พริกสับ 100 กรัม, กระเทียมสับ 200 กรัม
- มอลต์ 1 ช้อนโต๊ะ (สามารถใช้น้ำตาลแทนได้)
- โคชูจัง (ซอสพริกเกาหลี) 1/2 ช้อนโต๊ะ
- งาคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ, เหล้าจีน 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, มะนาว 1/2 ลูก
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ

1.2. ขั้นตอนการทำ
วิธีทำเมนูปลากะตักผัดพริกกระเทียมง่ายๆ ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมวัตถุดิบ: นำปลากะตักแห้งที่ซื้อมาแช่น้ำประมาณ 10-15 นาทีให้พอนิ่ม แล้วล้างให้สะอาด พักไว้ให้สะเด็ดน้ำ หากไม่ชอบหัวปลาสามารถเด็ดออกก่อนนำไปปรุงได้ คั่วงาขาวด้วยไฟอ่อนจนเหลืองหอมแล้วพักไว้
ขั้นตอนที่ 2 – ทอดปลาและเจียวกระเทียม: ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน เจียวกระเทียมสับจนเหลืองหอมแล้วตักขึ้นพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน ใช้กระทะใบเดิมเจียวกระเทียมเล็กน้อย แล้วนำปลากะตักแห้งลงไปทอดด้วยไฟกลางจนเหลืองกรอบ
ขั้นตอนที่ 3 – ผัดปลากะตักกับเครื่องปรุง: ใส่น้ำปลา มอลต์ และโคชูจังลงในกระทะ ผัดให้เครื่องปรุงเข้ากัน เติมเหล้าจีนลงไปแล้วผัดต่อสักครู่เพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อปลา จากนั้นใส่งาคั่วและกระเทียมเจียวลงไปคลุกเคล้าให้ทั่ว
ขั้นตอนที่ 4 – เสร็จสิ้น: ขณะที่กระทะยังร้อนอยู่ ให้ใส่พริกสับและน้ำมะนาวเล็กน้อย ผัดให้เข้ากันอย่างรวดเร็วแล้วปิดไฟ เมนูปลากะตักแห้งผัดพริกกระเทียมที่เสร็จแล้วจะมีสีเหลืองสวยงาม รสชาติเค็มหวานกลมกล่อมพร้อมความเผ็ดนิดๆ ชวนทานมาก ทานคู่กับข้าวสวยอร่อยสุดๆ
2. วิธีทำปลากะตักแห้งผัดรสเค็มหวาน
2.1. วัตถุดิบ
นี่คือวัตถุดิบที่คุณต้องเตรียมเพื่อปรุงเมนู ปลากะตักผัดรสเค็มหวาน:
- ปลากะตักแห้ง 150 กรัม
- พริกสด 2 เม็ด, มะนาว 1 ลูก
- หอมแดง 1 หัว, กระเทียม 1/2 หัว
- ต้นหอมเล็กน้อย
- ซอสพริก 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 4 ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาลและพริกไทยป่นเล็กน้อย (ตามชอบ)

2.2. วิธีทำ
วิธีทำปลาแห้งผัดรสเค็มหวานที่ใครทานก็ติดใจ:
ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมวัตถุดิบ: ล้างปลากะตักแห้งเล็กน้อยแล้วแช่น้ำไว้ 5-10 นาทีให้นุ่มเพื่อขจัดสิ่งสกปรก จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ หั่นต้นหอมเป็นท่อนๆ ปอกเปลือกหอมแดงและกระเทียมแล้วสับละเอียด หั่นพริกและคั้นน้ำมะนาวเตรียมไว้
ขั้นตอนที่ 2 – ปรุงน้ำซอส: ใส่น้ำมะนาวลงในถ้วย ตามด้วยน้ำตาล น้ำปลา และพริกไทยป่นเล็กน้อย คนให้เข้ากันจนกลายเป็นซอสที่มีรสเปรี้ยวเค็มกลมกล่อม
ขั้นตอนที่ 3 – ทอดปลากะตัก: ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำปลากะตักลงไปทอดจนเหลืองกรอบ จากนั้นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำมัน
ขั้นตอนที่ 4 – ผัดปลากะตัก: ใช้กระทะใบเดิม เจียวหอมแดง กระเทียม และส่วนโคนของต้นหอมกับน้ำมันจนหอม ใส่ซอสที่เตรียมไว้พร้อมซอสพริกและน้ำเปล่าเล็กน้อยลงไปต้มจนเดือด เมื่อน้ำซอสเดือดแล้ว ให้ใส่ปลากะตักทอดและพริกลงไปผัดด้วยไฟอ่อนเพื่อให้รสชาติซึมเข้าเนื้อปลา
ขั้นตอนที่ 5 – เสร็จสิ้น: สุดท้ายผัดจนน้ำซอสเริ่มงวดและเคลือบตัวปลาทั่วกันแล้ว ใส่ต้นหอมลงไปคลุกเบาๆ แล้วปิดไฟ เมนูปลากะตักแห้งผัดรสเค็มหวานจะมีรสเค็มเปรี้ยวเล็กน้อยและหวานละมุน หากคุณมองหาวัตถุดิบคุณภาพดี สามารถดูได้ที่ หมวดหมู่หมึกแห้งของเรา
เพิ่มเติม: ปลาซาร์ดีนทำเมนูอะไรดี? รวม 10 เมนูเด็ดจากปลาซาร์ดีน ทำง่าย ข้าวหมดหม้อ
3. วิธีปรุงปลากะตักผัดรสเผ็ด
3.1. วัตถุดิบ
สำหรับทำเมนูปลากะตักผัดรสเผ็ดชวนทานนี้ คุณต้องเตรียมวัตถุดิบพื้นฐานดังนี้:
- ปลากะตักแห้ง 200 กรัม
- ต้นหอม 4 ต้น
- ซอสพริก 1 ช้อนชา, น้ำตาล 1 ช้อนชา
- น้ำมันพืช 2 ช้อนชา, น้ำปลา 1 ช้อนชา
- น้ำเปล่าเล็กน้อย

3.2. ขั้นตอนการทำ
วิธีปรุงปลากะตักผัดรสเผ็ดให้อร่อยได้มาตรฐาน ดังนี้:
ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมวัตถุดิบ: ล้างปลากะตักแห้งด้วยน้ำสะอาดหลายๆ ครั้งเพื่อเอาฝุ่นออก จากนั้นพักให้สะเด็ดน้ำ ล้างต้นหอมให้สะอาด แยกส่วนโคนและส่วนใบ ส่วนใบหอมให้หั่นเป็นท่อนพอดีคำ
ขั้นตอนที่ 2 – ทำซอสผัด: ใส่น้ำตาล น้ำปลา ซอสพริก และน้ำเปล่าเล็กน้อยลงในถ้วย คนให้เข้ากันเพื่อให้เครื่องปรุงละลายเป็นซอสรสเผ็ดเค็ม
ขั้นตอนที่ 3 – ทอดปลากะตัก: ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน แล้วนำปลากะตักแห้งลงไปทอดด้วยไฟอ่อนสักครู่จนเหลืองกรอบ
ขั้นตอนที่ 4 – ผัดปลาด้วยเครื่องปรุง: ใส่โคนต้นหอมลงไปเจียวจนหอม จากนั้นใส่ปลากะตักที่ทอดไว้ลงไปผัด เทซอสที่เตรียมไว้ลงไปแล้วคลุกเคล้าเบาๆ เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ สุดท้ายผัดต่ออีกประมาณ 1-2 นาที แล้วใส่ใบหอมลงไปคลุกเคล้าก่อนปิดไฟ เป็นอันเสร็จสิ้น
>>> ดูเมนูอร่อยเพิ่มเติม:
- ปลากะตักแห้งทำเมนูอะไรดี? 10+ วิธีแปรรูปปลากะตักแห้งที่อร่อยยากจะห้ามใจ
- ปลากะตักทำเมนูอะไรดี? แนะนำ 17 เมนูอาหารง่ายๆ
4. เคล็ดลับให้เมนูปลากะตักแห้งผัดอร่อยยิ่งขึ้น
เพื่อให้เมนูปลากะตักแห้งผัดมีรสชาติที่เข้มข้น คุณควรใส่ใจเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในขั้นตอนการปรุง:
- การเลือกปลากะตักแห้ง: ควรเลือกปลากะตักแห้งที่มีขนาดเล็ก สีสันสดใสตามธรรมชาติ แห้งสนิท และไม่มีกลิ่นผิดปกติ ปลาที่สดใหม่จะทำให้เมนูผัดมีความหวานจากธรรมชาติและหอมน่าทาน
- การเตรียมปลาอย่างถูกวิธี: ก่อนปรุงควรล้างปลาอย่างรวดเร็วด้วยน้ำสะอาดเพื่อเอาฝุ่นออก หากปลาแห้งเกินไปหรือเค็มจัด สามารถแช่น้ำไว้สักครู่เพื่อให้ปลานุ่มขึ้นและลดความเค็ม
- ทอดปลาก่อนนำไปผัด: การทอดปลากะตักด้วยไฟอ่อนจะช่วยให้ปลาคงความกรอบและส่งกลิ่นหอม ขั้นตอนนี้ยังช่วยไม่ให้ปลาเละเวลาผัดกับซอส
- ผัดด้วยไฟอ่อน: เมื่อใส่ซอสลงไปผัด ควรใช้ไฟอ่อนและคลุกเคล้าเบาๆ เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าตัวปลาทั่วกัน หากผัดเร็วเกินไปหรือใช้ไฟแรงจะทำให้ปลาไหม้ง่ายและเสียรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
5. คุณค่าทางโภชนาการของปลากะตักแห้ง
ปลากะตักแห้งไม่เพียงแต่เป็นวัตถุดิบที่คุ้นเคยในหลายๆ เมนู แต่ยังมีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ:
- อุดมไปด้วยโอเมก้า-3 ที่ดีต่อร่างกาย: ปลากะตักแห้งมีโอเมก้า-3 ปริมาณมาก ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีที่ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ ลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี และช่วยให้ความดันโลหิตคงที่
- ให้แร่ธาตุสำคัญหลายชนิด: ในปลากะตักแห้งมีแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น แคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม และสังกะสี โดยเฉพาะปริมาณแคลเซียมที่สูงช่วยเสริมสร้างสุขภาพกระดูกและฟัน เหมาะสำหรับเด็ก สตรีมีครรภ์ และผู้สูงอายุ
- อุดมไปด้วยวิตามินหลากหลาย: ปลากะตักแห้งยังให้วิตามินต่างๆ เช่น วิตามิน A, C, E, K และวิตามินกลุ่ม B (B6, B12, ไทอามีน, ไรโบฟลาวิน, ไนอาซิน, โฟเลต) สารอาหารเหล่านี้ช่วยเสริมภูมิคุ้มกัน ช่วยกระบวนการเผาผลาญ และบำรุงสุขภาพโดยรวม
- แหล่งอาหารธรรมชาติที่ปลอดภัย: ปลากะตักส่วนใหญ่ถูกจับจากแหล่งธรรมชาติ ดังนั้นปลากะตักแห้งจึงยังคงคุณค่าทางโภชนาการไว้อย่างครบถ้วน

6. วิธีเก็บรักษาปลากะตักแห้งผัด
หากปรุงแล้วทานไม่หมด คุณสามารถเก็บปลากะตักแห้งผัดไว้ทานต่อได้ นี่คือข้อควรระวังในการเก็บรักษา:
- ทิ้งให้เย็นก่อนเก็บ: หลังจากผัดเสร็จ ควรทิ้งให้เย็นสนิทก่อนนำไปใส่ในกล่องหรือขวดโหลแก้วที่สะอาดและปิดสนิท
- เก็บในตู้เย็น: ปลากะตักแห้งผัดสามารถเก็บในตู้เย็นช่องธรรมดาได้นาน 5-7 วัน โดยที่ยังคงความอร่อยไว้ได้
- อุ่นร้อนก่อนทาน: เมื่อนำกลับมาทานใหม่ สามารถอุ่นร้อนด้วยกระทะหรือไมโครเวฟเพื่อให้มีกลิ่นหอมและรสชาติดียิ่งขึ้น
- หลีกเลี่ยงความชื้นและอุณหภูมิสูง: ไม่ควรวางปลาไว้ในที่ชื้นหรืออุณหภูมิห้องเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้ปลานิ่ม เสียความกรอบ และเสียได้ง่าย
เมนูอร่อยที่คุณอาจสนใจ:
- วิธีทำหมึกกล้วยผัดน้ำปลา ให้เข้มข้นและหอมอร่อย
- วิธีทำหมึกไข่ผัดน้ำปลาให้รสเข้มข้น อร่อยจนต้องบอกต่อ
- วิธีทำหมึกแห้งผัดมะเขือเทศ รสเข้มข้นที่ใครก็ต้องชอบ
ข้างต้นเป็นคำแนะนำในการดัดแปลงเมนูปลากะตักแห้งผัดให้เป็นสูตรเด็ดที่อร่อยและมีประโยชน์ที่คุณสามารถทำตามได้ หวังว่าคุณจะทำเมนูนี้ให้คนในครอบครัวทานได้อย่างสำเร็จ หากสนใจเลือกซื้อวัตถุดิบคุณภาพดี สามารถเยี่ยมชมได้ที่ เว็บไซต์หลักของ OlaSquid หรือแวะดู เมนูของว่างจากหมึกแห้ง ของเรา อย่าลืมติดตาม Blog ของ Ola Squid เพื่ออัปเดตวิธีทำเมนูใหม่ๆ และเคล็ดลับเข้าครัวที่น่าสนใจ เพื่อให้ทุกมื้ออาหารของคุณมีความหลากหลายยิ่งขึ้น
“

English
Tiếng Việt