ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปลาเฮอริ่งไข่ (Cá trích ép trứng) เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นในมื้ออาหารของครอบครัว ร้านอาหารญี่ปุ่น และแม้แต่ในร้านอาหารสมัยใหม่ ปลาเฮอริ่งไข่ไม่ได้เพียงแค่สร้างความประทับใจด้วยสีทองอร่ามของไข่ปลาที่น่ารับประทานเท่านั้น แต่ยังเป็นที่ชื่นชอบเนื่องจากมีรสชาติมันกลมกล่อม อุดมไปด้วยสารอาหาร และง่ายต่อการนำไปประกอบอาหารเมนูอร่อยต่างๆ อีกด้วย ปลาเฮอริ่งไข่มีกี่ประเภท ทำเมนูอะไรอร่อย และมีข้อควรระวังอย่างไรในการรับประทาน? มาหาคำตอบโดยละเอียดกับ Ola Squid กันเลยครับ นอกจากนี้ หากคุณกำลังมองหาอาหารทะเลแห้งคุณภาพเยี่ยม อย่าลืมแวะไปเลือกชมสินค้าได้ที่ ร้านค้าของเรา

1. ปลาเฮอริ่งไข่มีกี่ประเภท?

เมื่อพิจารณาจากรสชาติและวิธีการหมักไข่ปลา ปัจจุบันปลาเฮอริ่งไข่มี 3 ประเภทที่นิยมรับประทาน ซึ่งแต่ละประเภทจะมีสีสันและประสบการณ์ทางรสชาติที่แตกต่างกันออกไป:

  • ปลาเฮอริ่งไข่สีเหลือง: นี่เป็นประเภทที่ยังคงรสชาติแบบธรรมชาติเอาไว้ได้ดีที่สุด ด้วยสีเหลืองทองที่เป็นเอกลักษณ์ของไข่ปลาบิน (Tobiko) โดยทั่วไปปลาจะถูกอัดเป็นแท่งยาวประมาณ 10 ซม. มีน้ำหนักตั้งแต่ 120-150 กรัม รสชาติมันอ่อนๆ และความหอมละมุนของเนื้อปลาและไข่ปลาเข้ากันได้อย่างลงตัว ทำให้รับประทานง่ายมาก
  • ปลาเฮอริ่งไข่สีแดง: สีแดงที่น่าดึงดูดใจของปลาประเภทนี้เกิดจากขิงดองสีแดง เมื่อรับประทาน ปลาจะมีรสหวานละมุน เผ็ดเล็กน้อยและมีกลิ่นหอมของขิง ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสได้เป็นอย่างดี นอกจากความอร่อยแล้ว สีแดงยังมีความหมายถึงความโชคดี ดังนั้นปลาชนิดนี้จึงมักปรากฏในงานเลี้ยง เทศกาล หรือโอกาสพิเศษต่างๆ
  • ปลาเฮอริ่งไข่สีเขียว: ไข่ปลาจะถูกหมักร่วมกับวาซาบิญี่ปุ่น ทำให้เกิดสีเขียวสดใสและมีรสเผ็ดร้อนที่เป็นเอกลักษณ์ รสชาติของวาซาบิช่วยตัดความมันของปลาเฮอริ่งได้ดี ทำให้รู้สึกถึงรสชาติที่แปลกใหม่และเข้มข้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบอาหารญี่ปุ่น
Các loại cá trích ép trứng
ประเภทของปลาเฮอริ่งไข่

2. ปลาเฮอริ่งไข่ทำเมนูอะไรอร่อย?

ด้วยรสชาติมันกลมกล่อมที่เป็นเอกลักษณ์และไข่ปลาที่กรุบกรอบ ปลาเฮอริ่งไข่จึงถือเป็นวัตถุดิบที่สมบูรณ์แบบสำหรับเมนูอาหารที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะในอาหารญี่ปุ่น ตั้งแต่เมนูแบบดั้งเดิมอย่างซูชิ ซาซิมิ ไปจนถึงเมนูประยุกต์สมัยใหม่อย่างสลัด ปลาเฮอริ่งไข่ล้วนให้ประสบการณ์รสชาติที่ละเอียดอ่อน รับประทานง่ายและเปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ และหากคุณสนใจเมนูอาหารทะเลเพิ่มเติม ลองดู ผลิตภัณฑ์หมึกแห้งทานเล่น ของเราได้นะครับ

2.1. ซูชิปลาเฮอริ่งไข่

ซูชิปลาเฮอริ่งไข่เป็นเมนูที่คุ้นเคยและเป็นที่ชื่นชอบมากที่สุดเมื่อพูดถึงวัตถุดิบชนิดนี้ เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นต้นตำรับ คุณจำเป็นต้องเตรียมวัตถุดิบ ได้แก่ ปลาเฮอริ่งไข่ ข้าวญี่ปุ่น และสาหร่ายแห้ง.

นี่คือคำแนะนำในการทำซูชิแบบง่ายๆ:

  • ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมข้าวซูชิ: ก่อนอื่นคุณต้องหุงข้าวญี่ปุ่น เมื่อข้าวอุ่นๆ ให้คลุกเคล้ากับน้ำส้มสายชูตามวิธีทำซูชิแบบดั้งเดิม ข้าวที่ได้ควรมีความเหนียวนุ่ม เงางาม และมีรสเปรี้ยวอ่อนๆ ที่ลงตัว
  • ขั้นตอนที่ 2 – หั่นปลาเฮอริ่งไข่: จากนั้นวางแท่งปลาเฮอริ่งไข่บนเขียงที่สะอาดและใช้มีดที่คมกริบหั่นเป็นชิ้น เมื่อหั่นควรเอียงใบมีดเพื่อให้ชิ้นปลาดูเรียบเนียน สวยงาม และไม่แตกเละ
  • ขั้นตอนที่ 3 – ปั้นซูชิ: ปั้นข้าวให้พอดีคำ แล้ววางชิ้นปลาเฮอริ่งไข่ไว้ด้านบน จากนั้นมัดด้วยแถบสาหร่ายแห้ง คุณสามารถพันสาหร่ายรอบๆ เพิ่มเติมตามความชอบแล้วรับประทานได้ทันที
Cách làm món sushi cá trích ép trứng
วิธีทำซูชิปลาเฮอริ่งไข่

อ่านเพิ่มเติม: ปลาเฮอริ่งทำเมนูอะไรอร่อย? 8 วิธีประกอบอาหารง่ายๆ

2.2. ซาซิมิปลาเฮอริ่งไข่

เพื่อทำซาซิมิปลาเฮอริ่งไข่ที่อร่อยและมีรสชาติตามมาตรฐานร้านอาหาร คุณต้องเตรียมวัตถุดิบพื้นฐานดังนี้: ปลาเฮอริ่งฟิลเลต์ทำความสะอาดแล้ว 2 กก., ไข่ปลาบิน 500 กรัม พร้อมเครื่องเคียง เช่น ขิงดอง สาหร่ายพวงองุ่น หัวไชเท้า วาซาบิ และโชยุญี่ปุ่น 

ขั้นตอนการทำซาซิมิปลาเฮอริ่งไข่:

  • ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลาเฮอริ่งและไข่ปลา: นำปลาเฮอริ่งฟิลเลต์ไปล้างให้สะอาด แช่ในน้ำส้มสายชูประมาณ 5-10 นาทีเพื่อดับคาว จากนั้นนำขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ ล้างไข่ปลาบินเบาๆ แช่ในน้ำส้มสายชูเจือจางแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ จากนั้นนำไปแช่เย็นในช่องแช่แข็งประมาณ 15-20 นาทีเพื่อให้ไข่ปลากรอบและคงตัวได้ดีขึ้นเมื่อนำไปอัดเป็นชิ้น
  • ขั้นตอนที่ 2 – อัดปลาและขึ้นรูป: ใส่ไข่ปลาบินลงในแม่พิมพ์ เกลี่ยให้ทั่วและกดให้เรียบเป็นชั้นฐาน จากนั้นวางปลาเฮอริ่งฟิลเลต์ลงด้านบน ใช้ฝาแม่พิมพ์กดให้แน่นเพื่อยึดให้คงรูป นำของหนักวางทับบนแม่พิมพ์ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาทีเพื่อให้ปลาเฮอริ่งไข่แข็งตัว สวยงาม และหั่นง่าย
  • ขั้นตอนที่ 3 – หั่นซาซิมิ: จากนั้นใช้มีดที่คมกริบ วางใบมีดทำมุม 45 องศาแล้วหั่นเป็นชิ้นอย่างมั่นใจ วิธีการหั่นนี้ช่วยให้ชิ้นซาซิมิเรียบเนียน ไม่แตกหัก
  • ขั้นตอนที่ 4 – จัดจาน: สุดท้าย จัดซาซิมิปลาเฮอริ่งไข่ลงบนจานที่มีน้ำแข็งรองเพื่อรักษาความสดเย็น ผสมโชยุญี่ปุ่นกับวาซาบิตามชอบ รับประทานคู่กับสาหร่ายพวงองุ่น ขิงดอง และหัวไชเท้าเพื่อตัดความมัน เผ็ด และเพิ่มความสดชื่น
Hướng dẫn làm cá trích sashimi ép trứng
วิธีทำซาซิมิปลาเฮอริ่งไข่

2.3. สลัดปลาเฮอริ่งไข่

นอกจากเมนูญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมแล้ว สลัดปลาเฮอริ่งไข่ ยังเป็นตัวเลือกที่สดชื่น ย่อยง่ายและได้รับความนิยมมาก วัตถุดิบสำหรับเมนูนี้ประกอบด้วย ปลาเฮอริ่งไข่รวมกับน้ำสลัดมายองเนสรสเข้มข้น เมนูนี้มีความสมดุลของรสชาติด้วยผักสด เช่น ผักกาดหอม มะเขือเทศเชอร์รี่ อะโวคาโด แตงกวา ขึ้นฉ่าย และสาหร่ายพวงองุ่น

วิธีการทำโดยละเอียดมีดังนี้:

  • ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมผัก: ก่อนอื่น ล้างผักต่างๆ ให้สะอาด พักให้สะเด็ดน้ำแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำเพื่อให้ผักยังคงความกรอบและสีสันที่สวยงาม
  • ขั้นตอนที่ 2 – หั่นปลาเฮอริ่งไข่: จากนั้นหั่นปลาเฮอริ่งไข่เป็นชิ้นบางๆ ขนาดพอดีคำเพื่อให้คลุกเคล้าได้ง่ายและไม่กลบรสชาติของผัก
  • ขั้นตอนที่ 3 – คลุกสลัด: นำผักและปลาเฮอริ่งไข่ใส่ในชาม เพิ่มมายองเนสและน้ำมะนาวเล็กน้อย คลุกเบาๆ เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากันโดยไม่ทำให้ปลาแตกเละ
  • ขั้นตอนที่ 4 – จัดเสิร์ฟ: สุดท้าย นำสลัดใส่จาน ตกแต่งด้วยไข่ปลาบินเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความน่ารับประทานและรสชาติ เมนูสลัดปลาเฮอริ่งไข่ที่สดชื่นและทานง่ายก็พร้อมสำหรับมื้อเบาๆ หรือเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยแล้ว
Món salad cá trích ép trứng thanh mát
สลัดปลาเฮอริ่งไข่สุดสดชื่น

ศึกษาเพิ่มเติม: สาหร่ายพวงองุ่นทำเมนูอะไรอร่อย? 7 วิธีทำเมนูสาหร่ายพวงองุ่นสดและดีต่อสุขภาพ

3. ข้อควรระวังบางประการเมื่อรับประทานปลาเฮอริ่งไข่

เพื่อให้ได้รับประทานปลาเฮอริ่งไข่อย่างอร่อยและปลอดภัย คุณควรทราบข้อควรระวังบางประการดังนี้:

  • เลือกปลาที่สดใหม่ มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน: ควรเลือกซื้อปลาเฮอริ่งไข่จากร้านค้าที่น่าเชื่อถือ ปลาที่สดควรมีตาที่ใส เนื้อแน่นเด้ง และมีกลิ่นทะเลอ่อนๆ ไม่ควรมีกลิ่นแปลกปลอม
  • รับประทานให้ถูกวิธี: ปลาเฮอริ่งไข่เป็นอาหารทะเลดิบหรือกึ่งสุกกึ่งดิบ จึงควรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ โดยเฉพาะผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่ค่อนข้างบอบบาง
  • รับประทานคู่กับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณน้อย: การดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณเล็กน้อยขณะรับประทานปลาเฮอริ่งไข่ จะช่วยให้กระเพาะอาหารปรับตัวเข้ากับอาหารทะเลได้ดีขึ้น ลดอาการแน่นท้องหรือรู้สึกไม่สบายตัว
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานร่วมกับอาหารที่อุดมด้วยวิตามินซี: ไม่ควรรับประทานปลาเฮอริ่งไข่พร้อมกับน้ำส้ม ฝรั่ง หรือผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง เพราะการผสมผสานนี้อาจทำให้เกิดปฏิกิริยาที่ไม่ดีต่อร่างกาย
  • ไม่ควรดื่มชาทันทีหลังจากรับประทาน: สารในชาอาจลดความสามารถในการย่อยอาหารทะเล ทำให้เกิดอาการท้องอืดและคลื่นไส้ได้ง่าย
  • รับประทานทันทีหลังจากละลายน้ำแข็ง: หากใช้ปลาเฮอริ่งไข่แช่แข็ง คุณต้องละลายน้ำแข็งอย่างถูกวิธีและรับประทานให้หมดในครั้งเดียว หลีกเลี่ยงการนำกลับไปแช่แข็งซ้ำเพื่อความปลอดภัยและรักษาคุณภาพของรสชาติ

4. ปลาเฮอริ่งไข่มีราคาเท่าไหร่?

ราคาของปลาเฮอริ่งไข่ในตลาดปัจจุบันไม่มีราคาตายตัว แต่ขึ้นอยู่กับแหล่งนำเข้า คุณภาพสินค้า และหน่วยงานผู้จัดจำหน่าย 

  • ปลาเฮอริ่งไข่จากญี่ปุ่นมีราคาประมาณ 350,000 – 500,000 ดง/กก. ซึ่งโดดเด่นด้วยคุณภาพสูงและรสชาติต้นตำรับญี่ปุ่น
  • ปลาเฮอริ่งไข่ Nishimi (ไต้หวัน) ราคาประมาณ 360,000 ดง/กก. ซึ่งร้านอาหารหลายแห่งเลือกใช้เนื่องจากราคาคงที่และคุณภาพที่สม่ำเสมอ
  • ปลาเฮอริ่งไข่ในประเทศหรือจากตลาดอื่นมีราคาอยู่ในช่วง 200,000 – 350,000 ดง/กก. เหมาะสำหรับการอุปโภคบริโภคในครอบครัวหรือธุรกิจ

โปรดทราบว่าระดับราคาข้างต้นอาจเปลี่ยนแปลงตามเวลา ฤดูกาล และแหล่งสินค้า ดังนั้นคุณควรสอบถามข้อมูลจากผู้จำหน่ายที่น่าเชื่อถืออย่างละเอียดเพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม

ปลาเฮอริ่งไข่ เป็นวัตถุดิบที่น่าหลงใหลด้วยรสชาติมันกลมกล่อม สีสันที่สวยงาม และอุดมด้วยโภชนาการ เหมาะสำหรับทั้งมื้ออาหารในครอบครัวและเมนูในร้านอาหาร จากบทความข้างต้น หวังว่าจะช่วยให้คุณมีไอเดียเพิ่มเติมในการทำอาหารจากวัตถุดิบชนิดนี้ เพื่อสำรวจสูตรอาหาร เคล็ดลับการเลือกวัตถุดิบ และบทความอาหารที่เป็นประโยชน์อื่นๆ เพิ่มเติม อย่าลืมแวะไปที่ olasquid.com นะครับ! และหากคุณกำลังมองหาปลาหมึกคุณภาพดี สามารถตรวจสอบเพิ่มเติมได้ที่หมวด ปลาหมึกแห้งทั้งตัว ของเราครับ

Rate this post