ปลาเฮอริ่ง เป็นหนึ่งในประเภทของอาหารทะเลที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในเวียดนาม ด้วยรสชาติที่อร่อยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ปลาขนาดเล็กนี้อุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ โดยเฉพาะโอเมก้า 3 วิตามินดี และโปรตีน ทั้งยังง่ายต่อการปรุงอย่างมาก แล้ว ปลาเฮอริ่งทำอะไรกินดี เพื่อให้มั่นใจถึงรสชาติที่อร่อยและเข้มข้นตามต้องการ บทความนี้จาก Ola Squid จะแนะนำให้คุณได้รู้ถึงเมนูจากปลาเฮอริ่งที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ทำง่าย และยังถูกปากทั้งครอบครัวแน่นอน!
1. ปลาเฮอริ่งคืออะไร? คุณค่าทางโภชนาการและประโยชน์ต่อสุขภาพ
ปลาเฮอริ่ง เป็นปลาทะเลขนาดเล็ก โดยทั่วไปเมื่อโตเต็มที่ลำตัวจะยาวประมาณ 15 ซม. และมีน้ำหนักประมาณ 100 กรัม ปลาชนิดนี้มีลำตัวเรียวยาว ผิวและเกล็ดเป็นสีเขียวเล็กน้อย กระดูกขนาดเล็ก และที่สำคัญคือส่วนท้องมีฟันเลื่อยที่คมชัด ปลาเฮอริ่งหายใจด้วยเหงือกและมีพฤติกรรมการอพยพ มันอาศัยอยู่แพร่หลายในมหาสมุทรแอตแลนติก มหาสมุทรอินเดีย และมหาสมุทรแปซิฟิก และในปัจจุบันนี้ได้กลายเป็นอาหารยอดนิยม ซึ่งอุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ

ในด้านโภชนาการ ปลาเฮอริ่งนั้นอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก วิตามินบี 12 กรดไขมันโอเมก้า 3 แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส วิตามินดี วิตามินบี 6 และโพแทสเซียมสูง ด้วยเหตุนี้ ปลาเฮอริ่งจึงให้ประโยชน์ต่อสุขภาพมากมายหลายประการ:
- เพิ่มการผลิตเม็ดเลือดแดง: ธาตุเหล็กและวิตามินบี 12 ช่วยสนับสนุนร่างกายในการผลิตฮีโมโกลบิน ช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงได้ดี
- ลดการอักเสบและเสริมสุขภาพโดยรวม: โอเมก้า 3 ช่วยลดการอักเสบและบำรุงสุขภาพหัวใจ ดวงตา และระบบประสาท พร้อมทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงของภาวะซึมเศร้าลง
- ป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดและป้องกันโรคหลอดเลือดสมอง: โอเมก้า 3 ที่มีอยู่ในปลาเฮอริ่งช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดสมอง
- เสริมสร้างกระดูกและฟัน: แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินดี ช่วยให้กระดูกแข็งแรง พร้อมทั้งยังสนับสนุนการสร้างไฮดรอกซีอะพาไทต์ ซึ่งดีต่อฟัน
- สนับสนุนระบบประสาท: วิตามินบี 6 และโพแทสเซียมช่วยบำรุงและรักษาการทำงานของระบบประสาทได้เป็นอย่างดี
2. วิธีการเตรียมปลาเฮอริ่ง
เพื่อให้เมนูจากปลาเฮอริ่งมีรสชาติอร่อย กลมกล่อม ขั้นตอนการเลือกซื้อและการเตรียมจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ ปลาเฮอริ่งมีลักษณะเนื้อนุ่ม เละง่าย และมีกลิ่นคาวค่อนข้างแรง ดังนั้นคุณจำเป็นต้องจัดการอย่างถูกวิธี เพื่อรักษารสชาติความสดหวานตามธรรมชาติ
2.1. วิธีเลือกซื้อปลาเฮอริ่งสดใหม่
เมื่อเลือกซื้อปลาเฮอริ่ง คุณควรสังเกตลักษณะบางประการต่อไปนี้อย่างละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่าได้ปลาที่สดจริง:
- ตาปลาใส ไม่ขุ่นมัว: ปลาสดจะมีตาสดใส โปนเล็กน้อย และใสแจ๋ว ตาปลาที่มัวหรือหมองคล้ำนั้นเป็นสัญญาณว่าปลาถูกเก็บไว้นานแล้ว
- ผิวเงางาม เกล็ดแน่น: ผิวของปลาเฮอริ่งมักมีประกายสีเขียวอ่อนๆ หากเกล็ดยังคงสมบูรณ์ สดใส และติดแน่นกับลำตัว แสดงว่าปลาเพิ่งถูกจับขึ้นมาใหม่
- ลำตัวปลาแน่น ไม่นิ่มเหลว: ใช้นิ้วกดเบาๆ ที่ลำตัวปลา หากเนื้อปลาเด้งกลับดี ไม่เป็นรอยบุ๋ม แสดงว่าปลายังสดอยู่
- เหงือกปลาสีแดงอมชมพู: เหงือกปลาสดมักมีสีแดงหรือชมพูอ่อน ไม่มีกลิ่นแปลกปลอมใดๆ ที่ไม่พึงประสงค์
- มีกลิ่นทะเลอ่อนๆ ไม่คาวจัด: ปลาเฮอริ่งที่อร่อยมักมีกลิ่นอันเป็นเอกลักษณ์ของทะเล ไม่เหม็นหืนหรือมีกลิ่นเน่าเสียเลย
ดูเพิ่มเติม: วิธีเลือกปลาหมึกสดอร่อยที่คนไม่ค่อยรู้
2.2. คำแนะนำในการเตรียมปลาเฮอริ่งโดยไม่ให้มีกลิ่นคาวและแล่เนื้อ
เพื่อให้เมนูจากปลาเฮอริ่งมีรสชาติสมบูรณ์แบบ คุณต้องจัดการอย่างถูกวิธีตั้งแต่ขั้นตอนการทำความสะอาดและแล่เนื้อ นี่คือคำแนะนำในการเตรียมปลาเพื่อไม่ให้มีกลิ่นคาว และได้เนื้อปลาที่สวยงาม สมบูรณ์
- ตัดหัว ครีบ และหางออก จากนั้นผ่าท้องปลา เอาเครื่องในและเยื่อสีดำด้านในออกให้หมด (ส่วนนี้ทำให้เกิดกลิ่นคาวหากไม่ทำความสะอาดให้ดี) ล้างปลาเบาๆ ใต้น้ำเย็น
- จากนั้น คุณต้องล้างปลาซ้ำด้วยน้ำเกลือเจือจางประมาณ 2 นาที เพื่อกำจัดกลิ่นคาวเบาๆ
- ทาขิงบดหรือน้ำมะนาวลงบนตัวปลาประมาณ 1 นาที แล้วล้างออก ต่อไป แช่ปลาในน้ำซาวข้าวหรือนมสดจืดประมาณ 10 นาที เพื่อกำจัดกลิ่นคาวให้หมดไป

วิธีแล่เนื้อปลาเฮอริ่งง่ายๆ:
- วางมีดที่ตำแหน่งครีบหน้าอก เฉือนเฉียงไปทั้งสองข้าง แล้วแยกส่วนหัวปลาออก ใช้กรรไกรตัดครีบ ผ่าท้องปลาเบาๆ และทำความสะอาดเครื่องใน
- จากนั้น ขอดเกล็ดให้สะอาดเพื่อให้ตัวปลาเรียบเนียนและแล่เนื้อได้ง่ายขึ้น เช็ดปลาให้แห้งด้วยผ้าสะอาด เพื่อไม่ให้ปลาลื่น ทำให้ยึดจับได้ดีขึ้นขณะทำงาน
- ต่อไป ใช้มีดขนาดเล็ก บาง และคม วางปลายมีดชิดกับเนื้อปลาใกล้กระดูกสันหลัง เฉือนลึกและเบามือ เลาะตามแนวยาวของลำตัวปลา แต่ระวังอย่าให้โดนกระดูกสันหลัง เพื่อไม่ให้เนื้อปลาเละ
- เมื่อแล่ได้ประมาณ ⅔ ของลำตัวปลา ให้แทงปลายมีดทะลุเบาๆ แล้วลากยาวลงไปที่ส่วนหาง เพื่อแยกชิ้นเนื้อปลาที่สมบูรณ์ พลิกปลาและทำซ้ำกับอีกด้านหนึ่ง
3. ปลาเฮอริ่งทำอะไรกินดี?
ปลาเฮอริ่งย่าง
เนื้อปลาเฮอริ่งนั้นนุ่ม หวานละมุน และมันอร่อย การย่างจึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการรักษารสชาติความสดใหม่และคุณค่าทางโภชนาการ เมื่อย่างสุก ปลาเฮอริ่งจะมีสีเหลืองทองน่ารับประทาน และส่งกลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ เมนูนี้เป็นทางเลือกที่ดีเยี่ยม หากคุณต้องการลิ้มรสปลาเฮอริ่งในแบบที่เรียบง่าย แต่ยังคงความสดใหม่และมันอร่อยตามธรรมชาติ
ส่วนผสม:
- ปลาเฮอริ่ง: 1 กก.
- ใบหม่อน: 200 กรัม
- เกลือ พริกเกลือ: พอประมาณ
วิธีทำ:
- ทำความสะอาดปลาเฮอริ่ง ขอดเกล็ด ตัดครีบ หาง และควักไส้ออก แช่ปลาในน้ำเกลือเจือจางประมาณ 15 นาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดและสะเด็ดน้ำ
- ต่อไป ตั้งเตาถ่านหรือเตาย่างให้ร้อน วางปลาลงบนตะแกรง ย่างแต่ละด้าน 5-10 นาที ขึ้นอยู่กับขนาด พลิกเบาๆ ให้ปลาสุกเหลืองทองและไม่ไหม้
- เด็ดใบหม่อนที่แก่หรือมีตำหนิออก ล้างให้สะอาดหลายๆ ครั้งแล้วสะเด็ดน้ำ ปลาที่ย่างเสร็จจะมีสีเหลืองทองและหอมน่ารับประทาน เวลากิน ให้นำปลาวางบนใบหม่อน ห่อแล้วจิ้มกับพริกเกลือ หรือน้ำปลาหวาน

ดูเพิ่มเติม: เคล็ดลับการทำปลาหมึกแห้งย่างหอมอร่อยได้ที่บ้าน
ยำปลาเฮอริ่ง
หากมีโอกาสได้ไปเยือนเกาะมุกฟู้โกว๊ก – สถานที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารที่หลากหลายและอาหารทะเลสดใหม่ – คุณต้องลองชิมยำปลาเฮอริ่ง ยำปลาเฮอริ่งมีรสชาติเปรี้ยวหวานกลมกล่อม หอมมัน แต่ไม่มีกลิ่นคาวเลย เมื่อรับประทาน ผู้คนมักจะห่อยำปลาเฮอริ่งกับแผ่นแป้งข้าวเจ้า ผักสด ใส่ขนมจีนเล็กน้อย แล้วจิ้มกับน้ำปลาหวาน ทำให้ได้รสชาติที่ยากจะลืมเลือน
ส่วนผสม:
- ปลาเฮอริ่ง 300 กรัม
- กล้วยดิบ 2 ลูก
- มะเขือเทศ 1 ลูก หัวหอมใหญ่ 1 หัว
- ผักยำ: พอประมาณ (สะระแหน่ โหระพา ผักกาดหอม…)
- หอมแดงสับ ½ ช้อนชา กระเทียมสับ ½ ช้อนชา
- ไข่ไก่ 1 ฟอง แผ่นแป้งข้าวเจ้าปิ้งเล็กน้อย
- น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ แป้งมัน 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องปรุงรสทั่วไป: น้ำตาล ผงชูรส ผงปรุงรส
วิธีทำ:
- ทำความสะอาดปลา ขอดเกล็ด ตัดหัว เครื่องใน เหงือก และหางออก แช่ปลาในน้ำผสมน้ำมะนาว ½ ลูก ประมาณ 5 นาที เพื่อกำจัดกลิ่นคาว จากนั้นแล่เนื้อปลาทิ้งกระดูก เอาเฉพาะส่วนเนื้อ
- เด็ดผักที่เสียทิ้ง ล้างให้สะอาด หัวหอมใหญ่ซอย แช่น้ำแข็งแล้วบีบน้ำออก กล้วยดิบปอกเปลือก ซอยบางๆ แช่น้ำมะนาวเจือจางแล้วล้างให้สะอาด มะเขือเทศสับละเอียด พริกหั่นเล็ก
- จากนั้น คลุกปลาและกล้วยกับน้ำตาลทราย 1 ช้อนชา ผงปรุงรส 1 ช้อนชา ผงชูรส 1 ช้อนชา และน้ำมะนาว 2 ลูก แช่ไว้ 10-15 นาที เพื่อให้ปลาสุก บีบน้ำออก แล้วคลุกกับหัวหอมใหญ่ ผัก พริก และถั่วลิสงคั่ว โรยด้วยแผ่นแป้งข้าวเจ้าปิ้งที่บดละเอียด
- ต่อไป เจียวกระเทียม หอมแดงกับน้ำมันพืชให้หอม แล้วใส่มะเขือเทศและน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ ผัดให้เข้ากันจนนุ่ม ใส่น้ำที่บีบออกจากปลา น้ำเปล่าเล็กน้อย และน้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ ต้มให้เดือด แล้วค่อยๆ ใส่ไข่ไก่ลงไปในซอส คนให้เข้ากัน ละลายแป้งมันกับน้ำ แล้วค่อยๆ เติมลงไปจนซอสข้นเนียน ปรุงรสอีกครั้งให้ถูกปาก

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำยำปลาหมึกเปรี้ยวหวานอร่อยแซ่บถึงบ้าน
ปลาเฮอริ่งทอดกรอบ
หากคุณต้องการสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้กับครอบครัวด้วยอาหารที่คุ้นเคยแต่เต็มไปด้วยรสชาติ ปลาเฮอริ่งทอดกรอบคือเมนูที่ไม่ควรพลาด รสชาติเข้มข้นจากเนื้อปลาที่หมักไว้แล้ว ผสมผสานกับเปลือกนอกที่กรอบอร่อย ทำให้เป็นอาหารที่น่ารับประทานอย่างยิ่ง เมนูปลาเฮอริ่งนี้อร่อยที่สุดเมื่อรับประทานตอนร้อนๆ จิ้มกับซอสพริก ซอสมะเขือเทศ หรือน้ำปลาหวาน ก็เข้ากันได้ดีและเรียกข้าวได้เป็นอย่างดี
ส่วนผสม
- เนื้อปลาเฮอริ่ง 500 กรัม
- แป้งทอดกรอบ 200 กรัม
- พริกขี้หนู 5 เม็ด กระเทียมสับ 6 กลีบ
- กะปิ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
- ผงปรุงรส 2 ช้อนชา น้ำตาล 2 ช้อนชา
- น้ำมันพืช เกลือ หรือน้ำส้มสายชูสำหรับล้างปลา
วิธีทำปลาเฮอริ่งทอดกรอบมีดังนี้:
- อันดับแรก ล้างเนื้อปลาเฮอริ่งด้วยเกลือหรือน้ำส้มสายชูเพื่อกำจัดกลิ่นคาว จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งและสะเด็ดน้ำให้แห้ง กระเทียมและพริกล้างให้สะอาดแล้วสับละเอียด
- คลุกปลาด้วยกระเทียม พริก และเครื่องปรุงรส ได้แก่ กะปิ ผงปรุงรส น้ำตาล และน้ำมันหอย จากนั้นหมักปลาทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
- จากนั้น ชุบปลาด้วยแป้งทอดกรอบ แล้วตั้งน้ำมันให้ร้อน ใส่ปลาลงไปทอดด้วยไฟแรงจนเป็นสีเหลืองทองกรอบ ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

ปลาเฮอริ่งทอดน้ำปลา
มื้ออาหารเย็นสุดสัปดาห์ที่สมบูรณ์แบบ มักต้องการเมนูที่น่าสนใจพอที่จะทำให้ทั้งครอบครัวมารวมตัวและรับประทานร่วมกัน หากคุณยังไม่รู้ว่าจะทำอาหารอะไรดี ก็สามารถพิจารณาเมนูปลาเฮอริ่งทอดน้ำปลาได้ ปลาเฮอริ่งเมื่อทอดแล้วจะมีเปลือกนอกที่กรอบ เนื้อด้านในแน่น หวานตามธรรมชาติ เมื่อคลุกเคล้ากับน้ำปลาหวานอมเปรี้ยวและเผ็ดเล็กน้อย อาหารจะหอมกรุ่นและมีรสชาติเข้มข้น ทำให้ใครๆ ก็ยากที่จะต้านทานได้
ส่วนผสม
- ปลาเฮอริ่ง 700 กรัม
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- แป้งทอดกรอบ (หรือแป้งสาลี)
- กระเทียม หอมแดง ต้นหอม พริก
- เครื่องปรุงรส: เกลือ น้ำตาล พริกไทย น้ำมันพืช
คำแนะนำวิธีทำปลาเฮอริ่งทอดน้ำปลา:
- อันดับแรก ทำความสะอาดเนื้อปลาเฮอริ่ง แล่เอาหัวและกระดูกออก ล้างให้สะอาดแล้วสะเด็ดน้ำ ต้นหอมซอยละเอียด ส่วนหอมแดง กระเทียม และพริกสับละเอียด
- คลุกปลาด้วยเกลือ ⅓ ช้อนชา และแป้งทอดกรอบ 3 ช้อนโต๊ะ ให้ทั่ว จากนั้นพักปลาไว้ประมาณ 10 นาที
- ต่อไป คนส่วนผสมของน้ำปลา น้ำเปล่า น้ำตาล และพริกไทยให้ละลายเข้ากัน ทอดปลาด้วยไฟกลางจนเป็นสีเหลืองทองกรอบทั้งสองด้าน แล้วตักขึ้น
- ในกระทะอีกใบ ให้เจียวหอมแดง กระเทียม พริกให้หอม จากนั้นเทน้ำซอสลงไปต้มให้เดือด ใส่ปลาลงไปเคี่ยวเบาๆ พลิกกลับด้านเพื่อให้ซอสซึมเข้าเนื้อ แล้วเคี่ยวต่อจนน้ำซอสข้นหนืดจึงปิดเตา

ดูเพิ่มเติม: เผยเคล็ดลับวิธีทำปลาหมึกไข่ทอดน้ำปลา รสชาติเข้มข้น
ปอเปี๊ยะปลาเฮอริ่ง
หากคุณชื่นชอบเมนูทอดกรอบ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลงใหลในเมนูห่อที่รับประทานคู่กับผักสด ปอเปี๊ยะปลาเฮอริ่ง ซึ่งเป็นอาหารขึ้นชื่อของชายฝั่งฟานเทียต จะทำให้คุณต้องติดใจอย่างแน่นอน ปอเปี๊ยะปลาเฮอริ่งนี้เหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัว โดยเฉพาะเมื่อห่อกับผักสดและจิ้มกับน้ำปลาหวานอมเปรี้ยว เมื่อนำไปทอดจนเหลืองกรอบ ปอเปี๊ยะแต่ละชิ้นจะน่ารับประทานด้วยเปลือกนอกที่กรอบร่วนและสีเหลืองทองสวยงาม
ส่วนผสม
- เนื้อปลาเฮอริ่ง 200 กรัม
- มันเทศ 1 หัว แครอท ½ หัว
- หัวหอมใหญ่ ½ หัว ต้นหอม
- แผ่นแป้งปอเปี๊ยะ 1 ห่อ
- น้ำส้มสายชู 100 มล. มะนาวฝาน 1 ชิ้น
- เครื่องปรุงรส: ผงปรุงรส น้ำตาล ผงชูรส พริกไทย น้ำมันพืช
วิธีทำปอเปี๊ยะปลาเฮอริ่งมันเทศมีดังนี้:
- ขูดมันเทศและแครอทเป็นเส้น หัวหอมใหญ่หั่นบาง ต้นหอมหั่นท่อน แช่ปลาเฮอริ่งในน้ำส้มสายชู 5 นาที เพื่อกำจัดกลิ่น จากนั้นล้างให้สะอาดและสะเด็ดน้ำ
- ใส่ปลาพร้อมมันเทศ แครอท ต้นหอม และหัวหอมใหญ่ลงในชาม ปรุงรสด้วยผงปรุงรส น้ำตาล ผงชูรส และพริกไทย แล้วคลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
- ต่อไป วางแผ่นแป้งข้าวเจ้าลงบนพื้นผิวเรียบ ใส่ไส้เล็กน้อยตรงกลาง พับขอบแล้วม้วนให้แน่น หมายเหตุ คุณสามารถนำไปแช่เย็น 10 นาที เพื่อให้ปอเปี๊ยะกรอบขึ้นเมื่อทอด
- ตั้งน้ำมันให้ร้อน บีบน้ำมะนาวเล็กน้อยลงไป เพื่อป้องกันน้ำมันกระเด็น จากนั้นใส่ปอเปี๊ยะลงไปทอดด้วยไฟอ่อนจนเหลืองกรอบทั่วกัน แล้วตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน

ปลาเฮอริ่งเคี่ยวหมูสามชั้น
ปลาเฮอริ่งทำอะไรกินดี? ถ้าอย่างนั้นคุณอาจลองเมนูปลาเฮอริ่งเคี่ยวหมูสามชั้น เพื่อเปลี่ยนเมนูและนำความรู้สึกอบอุ่นกลมกล่อมมาสู่มื้ออาหารของครอบครัว ปลาเฮอริ่งเคี่ยวกับหมูสามชั้นสร้างการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างปลาที่หวานนุ่มและหมูสามชั้นที่หอมมัน รสชาติเข้มข้น กลมกล่อมนี้ยิ่งทำให้อาหารน่ากินเป็นพิเศษ โดยเฉพาะในวันที่ฝนตกอากาศเย็น แค่หม้อปลาเคี่ยวร้อนๆ กับข้าวสวยก็เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในบ้านอบอุ่นใจ
ส่วนผสมที่ต้องเตรียม:
- ปลาเฮอริ่ง 500 กรัม
- หมูสามชั้น 200 กรัม
- พริก ต้นหอม
- เครื่องปรุงรส: เกลือ น้ำตาล น้ำปลา น้ำมันพืช ผงปรุงรส พริกไทย
คำแนะนำวิธีทำปลาเฮอริ่งเคี่ยวหมูสามชั้นมีดังนี้:
- ทำความสะอาดปลาเฮอริ่ง ควักไส้และขอดเกล็ดออก จากนั้นแช่น้ำเกลือเจือจาง 15 นาที แล้วล้างออกและสะเด็ดน้ำ หมูสามชั้นล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นบางๆ และแยกส่วนที่เป็นมันเยอะเพื่อเจียวน้ำมัน พริกโขลกละเอียด ต้นหอมซอยเล็ก
- ต่อไป หมักปลาด้วยพริก น้ำตาล เกลือ ผงปรุงรส พริกไทย และน้ำปลา ทำน้ำสีโดยการต้มน้ำมันกับน้ำตาลจนเป็นสีน้ำตาลทอง แล้วเทลงบนปลา คลุกเคล้าให้เข้ากันกับหมูสามชั้น และหมักทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที
- จากนั้น เจียวส่วนที่เป็นมันหมูสามชั้นให้ได้น้ำมัน แล้วปิดเตา ใส่ปลาและหมูลงในหม้อ เติมน้ำมันหมูที่เจียวไว้แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนปลาและหมูสุก น้ำเคี่ยวข้นขึ้น และโรยต้นหอม

ปลาเฮอริ่งเคี่ยวสับปะรด
สับปะรดเป็นผลไม้เมืองร้อนที่คุ้นเคย อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และสามารถนำมาดัดแปลงเป็นอาหารอร่อยได้หลากหลาย หนึ่งในนั้นคือปลาเฮอริ่งเคี่ยวสับปะรด ซึ่งเป็นเมนูอร่อยที่คุณไม่ควรพลาด เนื้อปลาเฮอริ่งที่มันนุ่ม ผสมผสานกับรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยของสับปะรด และความเผ็ดเล็กน้อยของน้ำเคี่ยว สร้างรสชาติที่เข้มข้น กลมกล่อม การผสมผสานนี้ทำให้อาหารมีรสชาติที่ทั้งแปลกใหม่และคุ้นเคย หอมกรุ่น และเรียกข้าวได้เป็นอย่างดี
ส่วนผสมที่ต้องเตรียม:
- ปลาเฮอริ่ง 7 ตัว
- สับปะรด 150 กรัม
- กระเทียม 1 กลีบ พริกขี้หนูเขียว 1 เม็ด
- พริกป่น 2 ช้อนชา น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องปรุงรส: ผงปรุงรส น้ำตาล พริกไทย น้ำส้มสายชู
วิธีทำเมนูปลาเฮอริ่งเคี่ยวสับปะรดโดยละเอียดมีดังนี้:
- ทำความสะอาดปลาเฮอริ่ง ควักไส้ หาง และขอดเกล็ดออก จากนั้นล้างด้วยเกลือหรือน้ำส้มสายชูเพื่อกำจัดกลิ่นคาวและสะเด็ดน้ำ พริกหั่นเฉียงและกระเทียมสับละเอียด สับปะรดปอกเปลือก เอาตาออก และหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
- ต่อไป ตั้งน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะให้ร้อน แล้วใส่ปลาลงไปทอดเบาๆ ประมาณ 3 นาที จนเป็นสีเหลืองอ่อนๆ จึงตักขึ้น
- เจียวกระเทียมในน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ ใส่พริกป่นลงไปผัดเร็วๆ แล้วใส่สับปะรด จากนั้นปรุงรสด้วยน้ำปลา ผงปรุงรส พริกไทย น้ำตาล และผัดสักครู่ ใส่ปลาลงไป เติมน้ำประมาณ 200 มล. แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนจนเข้าเนื้อ แล้วปรุงรสอีกครั้งให้ถูกปาก ปิดเตา จัดปลาใส่จานเพื่อรับประทาน

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำปลาหมึกแห้งผัดสับปะรดหอมอร่อยสุดๆ
ปลาเฮอริ่งเคี่ยวพริกไทย
ปลาเฮอริ่งเคี่ยวพริกไทยเป็นเมนูง่ายๆ แต่เต็มไปด้วยรสชาติ เหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัว ปลาเฮอริ่งสดที่ทำความสะอาดอย่างดีแล้วนำมาเคี่ยวกับพริกไทยดำบดละเอียด หอมแดง กระเทียม และน้ำปลาเล็กน้อย เมื่ออาหารเสร็จสมบูรณ์ จะมีน้ำเคี่ยวข้นหนืด รสชาติเข้มข้น หอมเผ็ดร้อน เนื้อปลาแน่นแต่ยังคงความนุ่มเนียน รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ปลาเฮอริ่งเคี่ยวพริกไทยแต่ละชิ้นจะหอมกรุ่น กระตุ้นต่อมรับรส และทำให้มื้ออาหารสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
ส่วนผสมที่ต้องมี:
- ปลาเฮอริ่ง 500 กรัม
- มะเขือเทศ 2 ลูก
- พริกสด 1-2 เม็ด
- หอมแดง กระเทียม ต้นหอม
- เครื่องปรุงรส: น้ำปลา น้ำตาลทรายแดง ผงปรุงรส พริกไทยป่น น้ำมันพืช
วิธีปรุงปลาเฮอริ่งเคี่ยวพริกไทย:
- ปลาเฮอริ่งที่ซื้อมาทำความสะอาดควักไส้และเหงือกออก จากนั้นแช่น้ำเกลือเจือจางหรือน้ำส้มสายชูสองสามนาทีเพื่อกำจัดกลิ่น ผสมส่วนผสมสำหรับหมัก ได้แก่ น้ำปลา น้ำตาลทรายแดง พริกไทย และผงปรุงรส คลุกเคล้าให้เข้ากันกับปลาและหมักทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
- มะเขือเทศลวกน้ำร้อน ปอกเปลือกและสับละเอียด หอมแดง กระเทียมสับละเอียด พริกหั่นแว่น และต้นหอมซอยเล็ก
- จากนั้น ต้มน้ำมันกับน้ำตาลทรายแดงจนเป็นสีคาราเมลเพื่อทำน้ำปลาหวาน เจียวกระเทียม หอมแดง และพริกให้หอม แล้วใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนนุ่มข้น
- ต่อไป เรียงปลาลงในหม้อ ราดด้วยน้ำปลาหวานและส่วนผสมมะเขือเทศด้านบน เติมน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อน 25-30 นาที เมื่อน้ำใกล้แห้ง ปรุงรสอีกครั้งให้ถูกปาก โรยพริกไทยและต้นหอมแล้วปิดเตา

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำเมนูปลาหมึกแห้งผัดพริกไทยรสชาติเข้มข้น ยิ่งกินยิ่งติดใจ
นอกจากนี้ หากคุณกำลังมองหาผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแห้งคุณภาพสูงและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าลืมแวะชมหน้าร้านของ Ola Squid เราภูมิใจที่เป็นผู้จัดจำหน่ายปลาหมึกแห้งที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สดใหม่และดีที่สุดสำหรับครอบครัวของคุณ มาสำรวจและลิ้มลองเมนูจากปลาหมึกแห้งที่ยอดเยี่ยมได้เลย!
ปลาเฮอริ่งเคี่ยวขมิ้น
ปลาเฮอริ่งเคี่ยวขมิ้นเป็นเมนูที่ทั้งอร่อยและดีต่อสุขภาพ ด้วยคุณประโยชน์จากขมิ้นเหลือง อาหารโดดเด่นด้วยสีเหลืองทองอร่ามจากขมิ้น ผสมผสานกับรสหวานมันตามธรรมชาติของปลา และกลิ่นหอมละมุนของเครื่องเทศ ปลาเฮอริ่งเคี่ยวขมิ้นที่รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือขนมจีน แต่ละชิ้นปลาสีเหลืองทอง นุ่มนวล และรสชาติเข้มข้น จะทำให้มื้ออาหารน่ารับประทานยิ่งกว่าที่เคย
ส่วนผสม
- ปลาเฮอริ่งตัวใหญ่ 1 กก.
- ขมิ้นสด
- มะพร้าว 1 ลูก หอมแดง 4 หัว
- ขิงบด ข่าบด
- พริกเผ็ด (ตามชอบ)
- น้ำสี 4 ช้อน
- เครื่องปรุงรส: น้ำปลา น้ำตาล ผงชูรส พริกไทยป่น พริกไทยดำ
วิธีทำ
- ปลาเฮอริ่งที่ซื้อมาทำความสะอาดขอดเกล็ด ควักไส้ออก แล้วล้างปลาด้วยเหล้าหรือน้ำส้มสายชูเพื่อลดกลิ่นคาว หอมแดงแบ่งเป็นสองส่วน: ส่วนหนึ่งสับละเอียดสำหรับหมัก อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้ใช้ตอนเคี่ยว
- หมักปลาด้วยหอมแดงสับ น้ำขมิ้น น้ำปลา ขิง ข่า และผงชูรส ประมาณ 30 นาที เพื่อให้ซึมซับรสชาติ
- จากนั้น เจียวหอมแดงให้หอม แล้วใส่ปลาลงไปทอดพอสุก เติมน้ำมะพร้าวพอท่วมตัวปลา ใส่พริก ข่า และขิงลงไป แล้วเคี่ยวด้วยไฟอ่อนอย่างน้อย 30 นาที จนน้ำข้นและปลาซึมซับรสชาติทั่วกัน สุดท้าย โรยพริกไทยดำก่อนปิดเตา

ปลาเฮอริ่งซอสมะเขือเทศ
เมื่อรวมกับปลาเฮอริ่ง ส่วนผสมนี้จะสร้างสรรค์เมนูที่ทั้งมีประโยชน์และเข้มข้นจนยากจะห้ามใจ นั่นคือปลาเฮอริ่งซอสมะเขือเทศ ปลาเฮอริ่งถูกเคี่ยวจนนุ่ม ซึมซับซอสมะเขือเทศที่ข้นเล็กน้อย ซึ่งมีรสเปรี้ยวอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับรสหวานมันของเนื้อปลา รสชาติที่กลมกลืนและเข้มข้นทำให้อาหารน่ารับประทานตั้งแต่ครั้งแรกที่ลิ้มลอง เพื่อให้ได้รสชาติซอสที่สมบูรณ์แบบ คุณสามารถรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือจิ้มกับขนมปังก็ได้
ส่วนผสมที่ต้องมี:
- ปลาเฮอริ่ง 400 กรัม
- มะเขือเทศ 3 ลูก พริก 2 เม็ด
- ต้นหอม 2 กิ่ง
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ น้ำปลา 4 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องปรุงรส: เกลือ น้ำตาล ผงปรุงรส ผงชูรส
วิธีทำเมนูปลาเฮอริ่งซอสมะเขือเทศ:
- ทำความสะอาดปลาเฮอริ่ง ตัดหัว หาง และเครื่องในออก ล้างด้วยน้ำเกลือเจือจางแล้วสะเด็ดน้ำ กรีดเบาๆ สองสามเส้นบนตัวปลา มะเขือเทศสับละเอียด ส่วนหัวหอมและพริกโขลกรวมกัน ส่วนใบต้นหอมซอยเล็ก
- ต่อไป ตั้งน้ำมันให้ร้อน แล้วใส่น้ำตาลลงไปเคี่ยวจนเป็นสีคาราเมล ใส่มะเขือเทศ ส่วนผสมหอม พริกที่โขลกละเอียด น้ำตาล น้ำปลา และผงชูรส แล้วผัดประมาณ 5 นาที เพื่อให้มะเขือเทศนุ่มและซึมซับรสชาติ
- จากนั้น ใส่ปลาลงในซอสแล้วผัดเบาๆ จนเนื้อปลาตึงตัว เติมน้ำประมาณครึ่งถ้วย ต้มให้เดือดแล้วลดไฟกลาง เคี่ยว 20-30 นาที ปรุงรสอีกครั้งให้ถูกปาก เคี่ยวต่อจนน้ำข้นหนืด แล้วโรยต้นหอมและพริกไทยก่อนปิดเตา

ปลาเฮอริ่งถูกเคี่ยวจนนุ่ม ซึมซับซอสมะเขือเทศที่ข้นเล็กน้อย ซึ่งมีรสเปรี้ยวอมหวานอันเป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับรสหวานมันของเนื้อปลา รสชาติที่กลมกลืนและเข้มข้นทำให้อาหารน่ารับประทานตั้งแต่ครั้งแรกที่ลิ้มลอง เพื่อให้ได้รสชาติซอสที่สมบูรณ์แบบ คุณสามารถรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือจิ้มกับขนมปังก็ได้
4. เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้เมนูปลาเฮอริ่งอร่อยและน่ารับประทานยิ่งขึ้น
เพื่อให้เมนูจากปลาเฮอริ่งที่ทำเองที่บ้านหอมอร่อย เข้มข้น และน่ารับประทานอยู่เสมอ คุณสามารถใช้เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้:
- เลือกปลาสด: ปลาเฮอริ่งที่อร่อยที่สุดคือปลาที่ยังสด เนื้อแน่น ตาสดใส และเกล็ดเงางาม ปลาสดจะรักษารสหวานตามธรรมชาติ ทำให้เมนูอาหารน่ารับประทานยิ่งขึ้น
- หมักเครื่องปรุงรสอย่างเหมาะสม: ไม่ว่าจะเป็นการเคี่ยว ทอด หรือย่าง ควรหมักปลาไว้ล่วงหน้าอย่างน้อย 15-20 นาที เพื่อให้เครื่องปรุงรสซึมซับทั่วถึง การเพิ่มส่วนผสม เช่น พริกไทย ขมิ้น กระเทียม หอมแดง หรือพริก จะช่วยให้อาหารปลามีกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์
- ปรับไฟขณะปรุง: เมื่อเคี่ยวปลา คุณควรเคี่ยวด้วยไฟอ่อน เพื่อให้ปลาสุกทั่วถึง ไม่เละ และซึมซับเครื่องปรุงรสได้ดีขึ้น เมื่อทอดหรือย่าง ให้ใช้ไฟปานกลางเพื่อให้เปลือกนอกกรอบ แต่เนื้อด้านในยังคงนุ่ม
- เพิ่มส่วนผสมเพิ่มเติม: สับปะรด มะเขือเทศ หรือต้นหอม ผักชีฝรั่งเล็กน้อย จะทำให้เมนูปลาเฮอริ่งน่ารับประทานยิ่งขึ้น ทั้งยังเพิ่มรสชาติและสีสันให้กับมื้ออาหาร
- รับประทานทันทีเมื่อร้อน: ปลาเฮอริ่งอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานทันทีหลังจากปรุงเสร็จ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ หรือห่อกับแผ่นแป้งข้าวเจ้าและผักสด จะช่วยให้รสชาติอร่อยของปลาสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
ปลาเฮอริ่งเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาทำเป็นอาหารอร่อยได้หลากหลาย ตั้งแต่ทอดกรอบ ย่าง เคี่ยว ไปจนถึงยำสดใหม่ แต่ละเมนูล้วนมีรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ที่ยากจะลืมเลือน หวังว่าคำแนะนำในบทความนี้จะช่วยตอบคำถามของคุณว่า “ปลาเฮอริ่งทำอะไรกินดี?” หากคุณต้องการค้นหาสูตรการทำปลาเฮอริ่งที่อร่อยและน่ารับประทานเพิ่มเติม อย่าลืมเข้าชมส่วนมุมอาหารของ Ola Squid!

English
Tiếng Việt