อาหารเวียดนามเป็นภาพวาดที่เต็มไปด้วยสีสัน ที่ซึ่งอาหารแต่ละจานมิได้เป็นเพียงรสชาติ หากแต่ยังเป็นเรื่องราวของดินแดนและผู้คน ในบรรดาอาหารเหล่านั้น หมึกจุ่มน้ำส้มสายชู เป็นอาหารที่นำพากลิ่นอายของท้องทะเลที่บริสุทธิ์สดชื่น แต่ยังคงเข้มข้นและเต็มเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา
เพียงแค่ได้ยินชื่อ ใคร ๆ ก็สามารถจินตนาการถึงกลิ่นหอมของน้ำส้มสายชูรสเปรี้ยวอมหวาน ความหวานของหมึกสด ที่ผสมผสานกับตะไคร้ ขิง หอมแดง ทั้งหมดนี้รังสรรค์ให้เกิดอาหารที่เรียบง่ายแต่หรูหรา หากคุณกำลังมองหา วิธีทำหมึกจุ่มน้ำส้มสายชู ให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม กรอบอร่อย ไร้กลิ่นคาว บทความนี้จาก โอลาสกิ๊ด (Ola Squid) จะเป็นคู่มือที่ละเอียดและครบถ้วนที่สุดที่คุณต้องการ
วัตถุดิบในการทำหมึกจุ่มน้ำส้มสายชู
เพื่อให้ได้เมนู หมึกจุ่มน้ำส้มสายชู ที่สมบูรณ์แบบ สิ่งสำคัญอันดับแรกคือการเลือกวัตถุดิบที่สดใหม่ ปลาหมึกที่อร่อยสามารถตัดสินรสชาติของอาหารได้ถึง 70%

วัตถุดิบหลัก:
- หมึกสด 400 กรัม (แนะนำ หมึกกล้วย หรือ หมึกกระดอง ขนาดกลาง)
- หอมใหญ่ 1/2 หัว, หอมแดง 5 หัว, ขิงซอยเล็ก 1 หัว, ตะไคร้ 3 ต้น
- น้ำมะพร้าวสดบริสุทธิ์
- น้ำส้มสายชูข้าวหมัก (ไอโนโมโตะ หรือน้ำส้มสายชูข้าวธรรมชาติ)
- เกลือ 2 ช้อนชา, น้ำตาล 2.5 ช้อนโต๊ะ, ผงชูรส 1 ช้อนชา
- ผักสดสำหรับกินคู่: มะเฟืองเปรี้ยว, กล้วยดิบหั่น, ผักหอม, สะระแหน่, สลัด
- แผ่นแป้งสำหรับห่อ
เครื่องปรุงสำหรับน้ำจิ้ม:
- กระเทียม, พริกขี้หนูสวน, ผักชี, น้ำปลาดี, น้ำตาล, น้ำส้มสายชูข้าว
ฟังดูเหมือนเยอะ แต่ทั้งหมดนี้หาได้ง่ายและคุ้นเคยในครัวเวียดนาม การผสมผสานที่ลงตัวระหว่างน้ำมะพร้าวรสหวาน น้ำส้มสายชูรสเปรี้ยวอมหวาน และหมึกสดกรอบหวาน คือจิตวิญญาณของอาหารจานนี้
วิธีทำหมึกจุ่มน้ำส้มสายชูให้กรอบอร่อย ไร้กลิ่นคาว
การเตรียมหมึกให้สะอาดและกำจัดกลิ่นคาว
- หมึกเป็นอาหารทะเลที่คาวง่ายหากจัดการไม่ถูกวิธี ดังนั้นการเตรียมอย่างพิถีพิถันจึงเป็นขั้นตอนที่ขาดไม่ได้
ขั้นแรก ล้างหมึกด้วยน้ำเย็น แยกหัวออกจากตัว นำถุงหมึก เครื่องใน และฟันหมึกออก - ใช้มีดบากเบา ๆ บนตัวหมึกเป็นรูปเกล็ดมังกร ซึ่งไม่เพียงแต่สวยงาม แต่ยังช่วยให้หมึกกรอบและดูดซับรสชาติได้ดีเมื่อนำไปจุ่ม
- จากนั้น ล้างหมึกด้วยน้ำเกลือผสมขิงบุบ หรือไวน์ขาวสองสามหยดเพื่อกำจัดกลิ่นคาวตามธรรมชาติ ล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้งและสะเด็ดน้ำ
- หั่นหมึกเป็นชิ้นพอดีคำ แยกไว้ เมื่อบาก อย่าบากลึกเกินไป ควรกรีดเบา ๆ เพื่อให้เมื่อสุก หมึกจะม้วนตัวกลมเหมือนดอกไม้สีขาวสะอาดตา

การเตรียมวัตถุดิบอื่น ๆ
- ตะไคร้: หั่นเป็นท่อน 5-7 ซม. ทุบพอแตกเพื่อปล่อยน้ำมันหอมระเหย
- ขิง: ปอกเปลือก หั่นเป็นเส้น
- หอมแดง, หอมใหญ่: หั่นเป็นแว่นบาง ๆ แยกไว้
วัตถุดิบเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยกำจัดกลิ่นคาว แต่ยังสร้างกลิ่นหอมแรงอันเป็นเอกลักษณ์ของ หมึกจุ่มน้ำส้มสายชูสไตล์ภาคใต้ ที่ซึ่งรสชาติเปรี้ยว หวาน และเผ็ดผสมผสานกันอย่างลงตัว
การปรุงน้ำจิ้มจุ่มน้ำส้มสายชูรสเปรี้ยวหวานให้ได้รสชาติ
ส่วน น้ำจิ้มจุ่มน้ำส้มสายชู เป็นหัวใจของอาหารที่ตัดสินรสชาติเปรี้ยวกลมกล่อม หอมละมุน ไม่จัดจ้าน
สูตรมาตรฐาน:
- ใส่น้ำมะพร้าวสดบริสุทธิ์ 2 ถ้วย และน้ำส้มสายชูข้าวหมัก 1/2 ถ้วยลงในหม้อ
- เติมเกลือ 2 ช้อนชา, น้ำตาล 2.5 ช้อนโต๊ะ, ผงชูรส 1 ช้อนชา
- ใส่ตะไคร้บุบ, หอมแดง, ขิงซอย แล้วนำไปต้มให้เดือด

น้ำจิ้มจุ่มน้ำส้มสายชูจำเป็นต้อง ต้มให้เดือดจัด ก่อนที่จะจุ่มหมึก เมื่อน้ำเดือดแรง กลิ่นเปรี้ยวอมหวานจากน้ำส้มสายชูและกลิ่นหอมจากตะไคร้ ขิง จะผสานกัน สร้างไอน้ำที่อ่อนโยน ซึ่งเพียงพอที่จะทำให้หมึกสุกโดยยังคงความหวานตามธรรมชาติไว้
น้ำจิ้มจุ่มน้ำส้มสายชูที่อร่อยคือ น้ำที่มีรสเปรี้ยวอ่อน ๆ หวานกลมกล่อม มีกลิ่นหอมของน้ำมะพร้าวและตะไคร้บาง ๆ เพียงพอที่จะกระตุ้นต่อมรับรส ไม่จัดจ้านหรือฉุนเกินไป
วิธีจุ่มหมึกและรับประทาน
- เมื่อน้ำจิ้มจุ่มเดือดพล่าน ให้ใส่หอมใหญ่ลงในหม้อเพื่อสร้างกลิ่นหอมและความหวานตามธรรมชาติ
- จากนั้น จุ่มหมึกที่บากเป็นเกล็ดมังกรทีละชิ้น ใช้เวลาจุ่มเพียง 10-15 วินาที หมึกจะม้วนตัวกลม เป็นสีขาวสะอาดตา กรอบเด้ง และส่งกลิ่นหอมชวนรับประทาน

เมื่อจุ่มหมึกเสร็จแล้ว คุณสามารถรับประทานได้ทันที หรือห่อกับแผ่นแป้งข้าวเจ้าพร้อมผักสด มะเฟืองเปรี้ยว กล้วยดิบหั่น เมื่อจิ้มกับน้ำปลาผักชี รสเปรี้ยว – หวาน – เผ็ด – เค็ม ที่ผสานกันอย่างลงตัวจะทำให้คุณหยุดไม่ได้
นั่นคือช่วงเวลาที่รสชาติของทะเลระเบิดขึ้นบนปลายลิ้น: เปรี้ยวอ่อน ๆ ของน้ำส้มสายชู, หวานมันของน้ำมะพร้าว, หอมเผ็ดร้อนของตะไคร้ขิง, และความหวานกรอบของหมึกสด
อาหารกินคู่กับหมึกจุ่มน้ำส้มสายชูให้ดึงดูดยิ่งขึ้น
ผักสดนานาชนิด
ผักสดไม่เพียงแต่เป็นส่วนเสริมเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทในการเพิ่มกลิ่นหอม ปรับสมดุลรสชาติ และทำให้จานอาหารดูสวยงาม

ผักสดที่เสิร์ฟคู่กับอาหารสไตล์ภาคใต้ ได้แก่:
- ผักหอม (โหระพา, สะระแหน่, ใบชิโซะ)
- ผักสลัด, พลูคาว, ผักชี
- มะเฟืองเปรี้ยวและกล้วยดิบหั่นบาง ๆ เพื่อลดความมัน เพิ่มความกรอบ
- ถั่วงอกและกุยช่ายช่วยเพิ่มความสดชื่นให้กับอาหาร
ผักแต่ละชนิดเป็นกลิ่นหอมเฉพาะตัว ที่ผสมผสานเข้ากับรสเปรี้ยวอมหวานของน้ำส้มสายชูและความหวานกรอบของหมึก ทำให้เมนู หมึกจุ่มน้ำส้มสายชู มีความสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบ
น้ำจิ้มที่เสิร์ฟพร้อม
หนึ่งในปัจจัยที่สร้างความแตกต่างให้กับอาหารจานนี้คือ น้ำปลาผักชี ซึ่งเป็นน้ำจิ้มสูตรเฉพาะ ที่ “เพิ่มรสชาติ” ได้เป็นอย่างดีเยี่ยม
วิธีปรุงน้ำจิ้ม:
- โขลกกระเทียม 2 กลีบ, พริกขี้หนูสวนสีเขียว 3 เม็ด, รากผักชี 1 ช้อนโต๊ะ ให้ละเอียด
- เติมน้ำเปล่า 3 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลาดี 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำส้มสายชูข้าว 1/2 ช้อนโต๊ะ และน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ลงในส่วนผสม
- คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย

เมื่อลองชิม คุณจะสัมผัสได้ถึง กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของผักชี รสเผ็ดร้อนของพริก รสเปรี้ยวอ่อน ๆ และเค็มหวานที่กลมกลืน ปลาหมึกแต่ละชิ้นที่กรอบนอกนุ่มใน เมื่อจิ้มกับน้ำปลาผักชี รสชาติจะ “เบ่งบาน” เต็มที่ ทำให้คนกินอยากตักอีกครั้งแล้วครั้งเล่า
ข้อควรระวังเพื่อให้หมึกจุ่มน้ำส้มสายชูอร่อยได้รสชาติ
- น้ำจิ้มจุ่มต้องเดือดจัดก่อนจุ่ม หากเดือดอ่อน ๆ หมึกจะนุ่มและมีกลิ่นคาว
- อย่าจุ่มนานเกินไป เพียง 10-15 วินาทีก็พอ เพราะหมึกจะสุกเร็วมาก
- อย่าใช้น้ำส้มสายชูอุตสาหกรรม เพราะรสเปรี้ยวจัดจะกลบกลิ่นหมึก ควรใช้น้ำส้มสายชูข้าวธรรมชาติหรือน้ำส้มสายชูหมักไอโนโมโตะ
- หากต้องการให้น้ำจิ้มจุ่มมีกลิ่นหอมมากขึ้น สามารถเพิ่มตะไคร้สับหรือเปลือกมะนาวเล็กน้อย
- น้ำมะพร้าวสดเป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ในการลดความเปรี้ยว สร้างความหวานตามธรรมชาติโดยไม่จำเป็นต้องใช้ผงชูรส
น้ำจิ้มจุ่มน้ำส้มสายชูที่ได้มาตรฐานจะส่งกลิ่นเปรี้ยวอ่อน ๆ กลิ่นตะไคร้ขิงหอมฟุ้ง รสชาติบริสุทธิ์ ทำให้ทั้งครัวหอมฟุ้งราวกับร้านอาหารทะเลระดับพรีเมียม
วิธีเก็บรักษาหมึกจุ่มน้ำส้มสายชูที่ปรุงแล้ว
หากทำเยอะและยังกินไม่หมด คุณสามารถเก็บหมึกที่จุ่มแล้วไว้ในภาชนะปิดสนิท แช่ในช่องแช่เย็นของตู้เย็น ใช้ได้ภายใน 1 วัน เมื่อจะกินอีกครั้ง ควรอุ่นน้ำจิ้มจุ่มใหม่และจุ่มหมึกซ้ำ 5 วินาทีเพื่อให้ร้อน
ห้ามเก็บหมึกที่จุ่มแล้วไว้นานเกิน 24 ชั่วโมงโดยเด็ดขาด เพราะอาหารทะเลจะสูญเสียความกรอบและเกิดกลิ่น สำหรับส่วนน้ำจิ้มจุ่ม คุณสามารถกรองเศษตะไคร้ หอมแดงออก ปล่อยให้เย็น เทใส่ขวดแก้ว เก็บไว้ได้ 2-3 วันหากแช่เย็น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหมึกจุ่มน้ำส้มสายชู
หมึกจุ่มน้ำส้มสายชูกินร้อน ๆ หรือเย็น ๆ อย่างไหนอร่อยกว่ากัน?
คำตอบคือ กินร้อน ๆ อย่างแน่นอน หมึกที่เพิ่งจุ่มสุกพอดีจะคงความกรอบ รสชาติหวาน และกลิ่นหอมของน้ำจิ้มจุ่มไว้อย่างครบถ้วน หากปล่อยให้เย็น หมึกจะหดตัว รสชาติลดลง และคาวง่าย
สามารถใช้หมึกชนิดใดในการทำเมนูนี้ได้บ้าง?
คุณสามารถใช้หมึกได้หลายชนิด แต่ หมึกกล้วยสด ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับ 1
หมึกกล้วยมีเนื้อหนา สีขาว รสหวาน และเคี้ยวหนึบเล็กน้อย เมื่อจุ่มจะม้วนตัวสวยงาม
นอกจากนี้ หมึกกระดอง, หมึกไข่, หมึกกล้วยเล็ก ก็สามารถใช้ได้ ขึ้นอยู่กับความชอบ
สิ่งสำคัญที่สุดคือหมึกต้องสดใหม่ มีผิวเงางาม ตาสดใส หัวติดแน่นกับลำตัว นั่นคือสัญญาณของหมึกอร่อยตามมาตรฐานเชฟ
หมึกจุ่มน้ำส้มสายชูมีกี่แคลอรี่?
หมึกจุ่มน้ำส้มสายชูหนึ่งที่ (ประมาณหมึก 200 กรัม + ผัก + แผ่นแป้งข้าวเจ้า) ให้พลังงานประมาณ 220–250 กิโลแคลอรี่ ขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำจิ้มและผักที่รับประทานคู่กัน
เมื่อเทียบกับอาหารทอดผัด นี่คืออาหารที่มีไขมันต่ำ อุดมด้วยโปรตีนและแร่ธาตุ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่กำลังควบคุมอาหารหรือต้องการรักษารูปร่าง
นอกจากนี้ หมึกยังอุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินบี 12 ซีลีเนียม และสังกะสี ซึ่งช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน บำรุงผิวพรรณและเส้นผม ดังนั้น นี่ไม่เพียงเป็นอาหารอร่อย แต่ยังเป็นทางเลือกเพื่อสุขภาพที่ดีสำหรับทั้งครอบครัว
จากอาหารทะเลพื้นบ้านของท้องถิ่นชายทะเล หมึกจุ่มน้ำส้มสายชู ได้กลายเป็นอาหารที่คุ้นเคยในงานเลี้ยง งานสังสรรค์ และมื้ออาหารของครอบครัว ไม่ซับซ้อน ไม่ต้องใช้น้ำมันมาก เพียงแค่มีวัตถุดิบสดใหม่ไม่กี่อย่าง คุณก็สามารถนำพากลิ่นอายของท้องทะเลมาสู่มื้ออาหารของคุณได้แล้ว
ลอง ทำหมึกจุ่มน้ำส้มสายชูที่บ้าน ตามสูตรของ โอลาสกิ๊ด (Ola Squid) วันนี้ดูสิ เพียงแค่ครั้งเดียว คุณจะเข้าใจว่าทำไมอาหารจานนี้ถึงทำให้ผู้คนหลงใหลได้ขนาดนี้ ค้นพบเมนูอร่อยอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ หมวดอาหารและสูตรเด็ด ของ โอลาสกิ๊ด (Ola Squid) นะคะ!
ในฐานะผู้จัดจำหน่ายปลาหมึกแห้งที่ใหญ่ที่สุดในเวียดนาม โอลาสกิ๊ด (Ola Squid) ยังมีผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแห้งคุณภาพสูงอื่น ๆ อีกมากมาย ค้นพบความอร่อยหลากหลายได้ทันทีที่ หน้าหลักร้านค้า OlaSquid ของเราวันนี้!

English
Tiếng Việt