ปลาเม่อฮวาเป็นปลาน้ำจืดที่คุ้นเคย ราคาไม่แพง แต่มักถูกมองข้ามเพราะกลิ่นคาวและก้างเยอะ อันที่จริง หากคุณรู้วิธีเตรียมและเลือกเมนูที่เหมาะสม คุณจะพบว่า ปลาเม่อฮวาทำเมนูอะไรอร่อย ไม่ใช่เรื่องยาก จากเมนูทอด ผัดรสเข้มข้น ไปจนถึงแกงส้ม หม้อไฟ หรือแกงใส่ลูกแป้งแบบชาวบ้าน ปลาเม่อฮวาสามารถนำมาทำเป็นเมนูอร่อยได้หลากหลายสำหรับมื้ออาหารของครอบครัว

บทความนี้ Ola Squid จะช่วยคุณตอบคำถามอย่างครบถ้วนว่า ปลาเม่อฮวาทำอะไรอร่อย และยังรวบรวม เมนูอาหารจากปลาเม่อฮวา ที่ทำง่ายและประสบความสำเร็จ

เมนูอาหารจากปลาเม่อฮวา

ก่อนที่จะลงรายละเอียดในแต่ละสูตรอาหาร สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจว่าปลาเม่อฮวามีเนื้อนุ่ม มีไขมันเยอะ รสชาติหวานเล็กน้อย แต่ก็มีกลิ่นคาวได้ง่ายหากปรุงไม่ถูกวิธี ดังนั้น เมื่อศึกษาว่า ปลาเม่อฮวาทำเมนูอะไรอร่อย เมนูที่ใช้เครื่องเทศรสจัดจ้าน เช่น ข่า ขมิ้น ลูกแป้ง เบียร์ มะขาม หรือวิธีการทอด ย่าง อบ เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลมาก ด้านล่างนี้คือเมนูเด่นๆ ที่หลายครอบครัวนำไปทำแล้วประสบความสำเร็จ

ปลาเม่อฮวาชุบแป้งทอด

ปลาเม่อฮวาชุบแป้งทอดเป็นวิธีการปรุงอาหารที่ง่ายที่สุด เหมาะเมื่อคุณยังไม่รู้ว่า ปลาเม่อฮวาทำเมนูอะไรอร่อย สำหรับมื้ออาหารที่เร่งรีบ

วัตถุดิบ:

  • ปลาเม่อฮวา: 1 กก. (หั่นเป็นท่อนหนา 2–3 ซม.)
  • เกลือ: 1 ช้อนชา
  • ขิงทุบ: 10 กรัม
  • แป้งทอดกรอบ (ไม่บังคับ): 50 กรัม
  • น้ำมันพืช
ปลาเม่อฮวาชุบแป้งทอด
ปลาเม่อฮวาชุบแป้งทอด

วิธีทำปลาเม่อฮวาชุบแป้งทอด:

  • ล้างปลาให้สะอาดด้วยเกลือและขิงเพื่อขจัดกลิ่นคาว แล้วสะเด็ดน้ำ
  • หมักปลาด้วยเกลือเล็กน้อยประมาณ 10 นาที
  • อาจคลุกแป้งทอดกรอบบางๆ เพื่อให้ปลาทอดกรอบยิ่งขึ้น
  • ตั้งน้ำมันร้อน ทอดปลาด้วยไฟปานกลางจนเหลืองทองทั้งสองด้าน
  • ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน รับประทานคู่กับน้ำปลาหวาน

เคล็ดลับ: ทอดในน้ำมันท่วมและไม่พลิกปลาบ่อยๆ จะช่วยให้ปลาไม่เละและมีกลิ่นคาวน้อยลง

ปลาเม่อฮวาทอดราดน้ำปลา

เมนูนี้มีรสชาติเข้มข้น “เจริญอาหาร” มาก มักถูกเลือกเมื่อพูดถึง เมนูอาหารจากปลาเม่อฮวา.

วัตถุดิบ:

  • ปลาเม่อฮวา: 800 กรัม
  • น้ำปลา: 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล: 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ: 15 กรัม
  • พริกสับ: ตามชอบ
ปลาเม่อฮวาทอดราดน้ำปลา
ปลาเม่อฮวาทอดราดน้ำปลา

วิธีทำ:

  • ทอดปลาจนเหลืองทองเหมือนปลาทอดทั่วไป
  • เจียวกระเทียมให้หอม ใส่น้ำปลาและน้ำตาลลงไปเคี่ยวจนข้น
  • ใส่ปลาลงไปผัดอย่างรวดเร็วเพื่อให้ซอสเคลือบทั่ว
  • ปิดไฟเมื่อปลาซึมซับรสชาติ ไม่เคี่ยวนานเกินไป

ปลาเม่อฮวานึ่งเบียร์

การนึ่งด้วยเบียร์เป็นวิธีขจัดกลิ่นคาวที่มีประสิทธิภาพมาก เหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารรสอ่อน

วัตถุดิบ:

  • ปลาเม่อฮวา: 1-1.2 กก.
  • เบียร์: 1 กระป๋อง
  • ตะไคร้: 4 ต้น
  • ขิง: 1 หัว
  • เกลือ, พริกไทย
ปลาเม่อฮวานึ่งเบียร์
ปลาเม่อฮวานึ่งเบียร์

วิธีทำ:

  • รองก้นหม้อนึ่งด้วยตะไคร้และขิง
  • วางปลาทับลงไป แล้วราดเบียร์ให้ทั่ว
  • นึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 20 นาที
  • รับประทานคู่กับเกลือพริกไทยและมะนาว

>> ดูเพิ่มเติม: ปลาต้าน tượng ทำเมนูอะไรอร่อย? 11 เมนูอาหารบำรุงสุขภาพจากปลาต้าน tượng

ปลาเม่อฮวานึ่งซีอิ๊ว

ปลาเม่อฮวานึ่งซีอิ๊ว เป็นเมนูที่เบา รักษารสชาติหวานตามธรรมชาติของปลาได้อย่างเต็มที่ เหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัว ซีอิ๊วรสชาติเข้มข้นซึมซาบเข้าสู่เนื้อปลาที่นุ่มและมัน เพิ่มขิงและต้นหอมช่วยขจัดกลิ่นคาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุดิบ (สำหรับ 3–4 คน):

  • ปลาเม่อฮวา: 1 ตัว ประมาณ 1-1.2 กก.
  • ซีอิ๊ว: 4 ช้อนโต๊ะ
  • ขิง: 1 หัวเล็ก (ซอยเป็นเส้น)
  • ต้นหอม: 3-4 ต้น (หั่นเป็นท่อน)
  • หอมแดง: 2 หัว (ซอยบางๆ)
  • พริกชี้ฟ้า: 1 ลูก (ตามชอบ)
  • น้ำมันงา: 1 ช้อนชา
  • น้ำตาล: 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น: ½ ช้อนชา
ปลาเม่อฮวานึ่งซีอิ๊ว
ปลาเม่อฮวานึ่งซีอิ๊ว

วิธีทำโดยละเอียด:

  • ขอดเกล็ดปลาเม่อฮวา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างให้สะอาด ถูตัวปลาด้วยเกลือและขิงสองสามแผ่นเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างอีกครั้งแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ อาจกรีดเบาๆ ที่ตัวปลาเพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ
  • ผสมซีอิ๊ว น้ำตาล พริกไทย และน้ำมันงา ราดให้ทั่วตัวปลา วางขิงและหอมแดงซอยไว้ด้านบน หมักทิ้งไว้ประมาณ 15–20 นาที
  • ต้มน้ำในหม้อนึ่งให้เดือด ใส่ปลาลงไปนึ่งด้วยไฟปานกลางประมาณ 18–22 นาที (ขึ้นอยู่กับความหนาของปลา) จนปลาสุกนุ่ม
  • นำปลาออกมา โรยต้นหอมซอยและพริกซอยด้านบน อาจตั้งน้ำมัน 1–2 ช้อนโต๊ะให้ร้อน แล้วราดเบาๆ บนตัวปลาเพื่อให้มีกลิ่นหอม

ปลาเม่อฮวานึ่งซีอิ๊วจะอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานร้อนๆ คู่กับข้าวสวยและผักลวก รสชาติมันเล็กน้อยของปลาผสมผสานกับซีอิ๊วรสเค็มหวานทำให้เจริญอาหารมาก

ปลาเม่อฮวาทำยำ (ส้มตำปลา)

ปลาเม่อฮวาทำยำ (ส้มตำปลา) เป็นเมนูที่สดชื่น รสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม เหมาะมากสำหรับเป็นอาหารเรียกน้ำย่อยหรือเปลี่ยนรสชาติสำหรับมื้ออาหารในวันอากาศร้อน เนื้อปลาเม่อฮวาที่เตรียมอย่างถูกวิธีจะกรอบเล็กน้อย ไม่มีกลิ่นคาว ผสมผสานกับผักและน้ำยำรสเข้มข้น ทำให้รับประทานง่ายและไม่เลี่ยน

วัตถุดิบ (สำหรับ 3–4 คน):

  • ปลาเม่อฮวา: 600-700 กรัม (เลือกปลาสด เนื้อแน่น)
  • หัวหอมใหญ่: 1 หัวขนาดกลาง (ซอยบางๆ)
  • แครอท: 1 หัวเล็ก (ขูดเป็นเส้น)
  • แตงกวา: 1 ลูก (ขูดเป็นเส้น เอาไส้ออก)
  • ผักชีฝรั่ง: 1 กำเล็ก (ซอย)
  • หอมเจียว: 30 กรัม
  • ถั่วลิสงคั่ว: 30 กรัม
  • พริกสับ: ½–1 ช้อนชา (ตามชอบความเผ็ด)

เครื่องปรุงน้ำยำ:

  • น้ำปลา: 3 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล: 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาวหรือน้ำส้มซ่า: 2–3 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมสับ: 1 ช้อนชา
  • ขิง: 1 ช้อนชา (สับละเอียด)
ปลาเม่อฮวาทำยำ (ส้มตำปลา)
ปลาเม่อฮวาทำยำ (ส้มตำปลา)

วิธีทำโดยละเอียด:

  • ขอดเกล็ดปลาเม่อฮวา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างให้สะอาด ใช้เกลือและขิงถูเบาๆ ที่ตัวปลาเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็นแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
  • แล่เอาเนื้อปลา หั่นเป็นชิ้นบางๆ ลวกปลาในน้ำเดือดที่มีขิงอย่างรวดเร็วประมาณ 20–30 วินาที ตักขึ้นแช่ในน้ำแข็งทันทีเพื่อให้ปลาแข็งและกรอบ จากนั้นพักให้สะเด็ดน้ำ
  • แช่หัวหอมใหญ่ในน้ำแข็ง 5 นาทีเพื่อลดความฉุน ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำ ขูดแครอทและแตงกวาเป็นเส้น บีบเบาๆ เพื่อให้ผักคายน้ำออกมาบ้าง
  • ผสมน้ำยำประกอบด้วยน้ำปลา น้ำตาล น้ำมะนาว กระเทียม ขิง และพริก คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย
  • ใส่ปลา หัวหอมใหญ่ แครอท แตงกวา ลงในชามใหญ่ ราดน้ำยำลงไป คลุกเบาๆ เพื่อไม่ให้ปลาเละ ใส่ผักชีฝรั่งลงไป คลุกเคล้าอีกครั้ง
  • จัดยำใส่จาน โรยหอมเจียวและถั่วลิสงคั่วด้านบน

ยำปลาเม่อฮวาจะอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานทันทีหลังจากคลุก เปรี้ยวหวานรสกลมกล่อม รับประทานง่ายมาก อาจรับประทานคู่กับข้าวเกรียบกุ้งหรือใช้เป็นอาหารเรียกน้ำย่อยก็ได้

ปลาเม่อฮวาเค็มข่า

ปลาเม่อฮวาเค็มข่าเป็นเมนูรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นข่าจัดจ้าน เหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัวในวันที่อากาศเย็น เนื้อปลาเม่อฮวาที่มันนุ่ม เคี่ยวอย่างดีกับข่าและเครื่องปรุงแบบดั้งเดิมช่วยขจัดกลิ่นคาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ รับประทานคู่กับข้าวสวยทำให้เจริญอาหารมาก

วัตถุดิบ (สำหรับ 3–4 คน):

  • ปลาเม่อฮวา: 1 ตัว ประมาณ 1-1.2 กก.
  • ข่า: 1 หัวขนาดกลาง (ซอยบางๆ หรือทุบ)
  • หอมแดง: 3 หัว (ซอย)
  • กระเทียม: 3 กลีบ (ทุบ)
  • พริก: 1-2 เม็ด (ตามชอบ)
  • น้ำปลา: 4 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ (คาราเมล): 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล: 1 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น: ½ ช้อนชา
  • น้ำมันพืช: 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะพร้าวสดหรือน้ำเปล่า: 300-400 มล.
ปลาเม่อฮวาเค็มข่า
ปลาเม่อฮวาเค็มข่า

วิธีทำโดยละเอียด:

  • ขอดเกล็ดปลาเม่อฮวา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างให้สะอาด ใช้เกลือและข่าสองสามแผ่นถูตัวปลาเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็น พักให้สะเด็ดน้ำ หั่นปลาเป็นท่อนหนาประมาณ 3–4 ซม.
  • เรียงข่าหนึ่งชั้นลงในก้นหม้อ วางปลาทับลงไป เติมหอมแดง กระเทียม และพริก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล พริกไทย และน้ำตาลปี๊บ คลุกเคล้าเบาๆ ให้ปลาซึมซับเครื่องปรุง หมักปลาประมาณ 20–30 นาที
  • วางหม้อปลาบนเตา ใส่น้ำมันพืช แล้วเคี่ยวด้วยไฟปานกลางจนหม้อปลาเดือดเบาๆ เนื้อปลาแข็งขึ้น เทน้ำมะพร้าวสด (หรือน้ำเปล่า) ให้พอท่วมตัวปลา
  • ลดไฟอ่อน เคี่ยวไปเรื่อยๆ ประมาณ 30–40 นาที จนปลาสุกนุ่ม น้ำเค็มข้นขึ้น และมีกลิ่นหอมของข่า ระหว่างการเคี่ยว หลีกเลี่ยงการคนแรงๆ เพื่อไม่ให้ปลาเละ
  • ชิมรสชาติอีกครั้งให้พอดี โรยพริกไทยเล็กน้อยก่อนปิดไฟ

ปลาเม่อฮวาเค็มข่าจะอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานร้อนๆ คู่กับข้าวสวยและผักลวก รสชาติมันของปลาผสมผสานกับกลิ่นหอมเผ็ดร้อนของข่า ทำให้รู้สึกกลมกล่อมและอุ่นท้องมาก

ดูเลย: ปลาทับทิมทำเมนูอะไรอร่อย? 14 เมนูทำง่ายสำหรับมื้ออาหารครอบครัว

ปลาเม่อฮวาแกงส้ม

ปลาเม่อฮวาแกงส้มเป็นเมนูพื้นบ้านที่สดชื่น เหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัวในวันที่อากาศร้อน รสชาติเปรี้ยวอ่อนๆ จากมะขาม มะเขือเทศ และสับปะรด ช่วยปรับสมดุลความมันของปลาเม่อฮวา พร้อมทั้งขจัดกลิ่นคาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้แกงชามนี้รับประทานง่ายและเจริญอาหาร

วัตถุดิบ (สำหรับ 3–4 คน):

  • ปลาเม่อฮวา: 700-900 กรัม
  • มะเขือเทศ: 3 ลูก (หั่นเป็นเสี้ยว)
  • สับปะรด: ½ ลูก (หั่นเป็นชิ้นบางๆ)
  • มะขามเปียก: 40-50 กรัม (หรือมะขามซองเล็ก 1 ซอง)
  • กระเจี๊ยบเขียว: 150 กรัม
  • ต้นคูน (ตูน): 1 ต้น (ลอกเปลือก หั่นเป็นชิ้น)
  • ถั่วงอก: 100 กรัม
  • หอมแดง: 2 หัว (สับละเอียด)
  • พริก: 1-2 เม็ด
  • ผักหอม: ผักชีฝรั่ง, ผักชีลาว (อย่างละกำเล็ก)
  • น้ำมันพืช: 1 ช้อนโต๊ะ
  • เครื่องปรุงรส: เกลือ, น้ำตาล, น้ำปลา, ผงปรุงรส
ปลาเม่อฮวาแกงส้ม
ปลาเม่อฮวาแกงส้ม

วิธีทำโดยละเอียด:

  • ขอดเกล็ดปลาเม่อฮวา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างให้สะอาด ใช้เกลือและขิงหรือมะนาวสองสามแผ่นถูเบาๆ ที่ตัวปลาเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็น หั่นปลาเป็นท่อนหนาประมาณ 3–4 ซม. พักให้สะเด็ดน้ำ
  • ใส่มะขามเปียกในถ้วย เติมน้ำร้อน บีบคั้นเอาน้ำมะขามออก ทิ้งเมล็ดไป ล้างกระเจี๊ยบเขียวและต้นคูนให้สะอาด หั่นเฉียง ล้างผักหอมให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
  • เจียวหอมแดงกับน้ำมันพืชให้หอม ใส่มะเขือเทศลงไปผัดเบาๆ จนมะเขือเทศเริ่มมีสีแดง เติมน้ำประมาณ 1.5 ลิตร ต้มให้เดือด
  • ใส่ปลาเม่อฮวาลงในหม้อ ต้มด้วยไฟปานกลางประมาณ 7–10 นาที จนปลาสุก ใช้ทัพพีตักฟองออกเบาๆ เพื่อให้น้ำแกงใส
  • ใส่น้ำมะขาม สับปะรด กระเจี๊ยบเขียว และต้นคูนลงไป ต้มต่ออีก 3–5 นาที ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล น้ำปลา และผงปรุงรสให้มีรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม
  • สุดท้ายใส่ถั่วงอก พริก และผักหอมลงไป คลุกเบาๆ แล้วปิดไฟ

แกงส้มปลาเม่อฮวาจะอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานร้อนๆ น้ำแกงเปรี้ยวหวานชื่นใจ ปลาเนื้อนุ่มมัน รับประทานคู่กับข้าวสวยหรือขนมจีนก็ได้ เหมาะมาก ช่วยให้มื้ออาหารเบาและสบายท้องยิ่งขึ้น

ปลาเม่อฮวาหม้อไฟต้มยำ

ปลาเม่อฮวาหม้อไฟต้มยำเป็นเมนูที่น่าสนใจ มีรสชาติเข้มข้น เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการรวมญาติหรือเพื่อนฝูง เนื้อปลาเม่อฮวาที่มันนุ่มผสมผสานกับน้ำซุปหม้อไฟรสจัดจ้านเผ็ดร้อน หอมกลิ่นตะไคร้ พริก และผักหอม ช่วยขจัดกลิ่นคาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และรับประทานได้เรื่อยๆ โดยไม่รู้สึกเบื่อ

วัตถุดิบ (สำหรับ 3–4 คน):

  • ปลาเม่อฮวา: 1 ตัว ประมาณ 1–1.2 กก.
  • มะเขือเทศ: 3 ลูก
  • สับปะรด: ½ ลูก
  • มะขามเปียก: 40–50 กรัม
  • กระเจี๊ยบเขียว: 150 กรัม
  • ต้นคูน (ตูน): 1 ต้น
  • ผักหอม: ผักชีฝรั่ง, ผักชีลาว
  • เครื่องปรุงรส: น้ำมันพืช, เกลือ, น้ำตาล, น้ำปลา, ผงปรุงรส, พริก
ปลาเม่อฮวาหม้อไฟต้มยำ
ปลาเม่อฮวาหม้อไฟต้มยำ

วิธีทำโดยละเอียด:

  • ขอดเกล็ดปลาเม่อฮวา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างให้สะอาด ใช้เกลือและขิงหรือมะนาวสองสามแผ่นถูเบาๆ ที่ตัวปลาเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็น หั่นปลาเป็นท่อนหนาประมาณ 3–4 ซม. พักให้สะเด็ดน้ำ
  • ลวกกระดูกหมูอ่อนในน้ำเดือด ล้างให้สะอาด ใส่กระดูกหมูลงในหม้อพร้อมน้ำประมาณ 2–2.5 ลิตร เคี่ยวนาน 40–60 นาที เพื่อให้น้ำซุปหวานตามธรรมชาติ จากนั้นกรองเอาแต่กระดูกออก
  • เจียวหอมแดงและกระเทียมกับน้ำมันพืชให้หอม ใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนนิ่ม เติมน้ำพริกเผา คนให้เข้ากันจนมีกลิ่นหอม เทส่วนผสมนี้ลงในหม้อน้ำซุป
  • ใส่ตะไคร้ทุบ สับปะรด และน้ำมะขามลงในหม้อ ต้มให้เดือด ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ผงปรุงรส และน้ำปลาให้มีรสเปรี้ยว เผ็ด เค็ม หวาน กลมกล่อม
  • เมื่อรับประทาน ใส่ปลาเม่อฮวาลงในหม้อไฟ ต้มประมาณ 5-7 นาที จนปลาสุก จุ่มผักและเห็ดเพิ่ม รับประทานคู่กับขนมจีนหรือบะหมี่

หม้อไฟปลาเม่อฮวาต้มยำจะอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานร้อนๆ น้ำซุปเข้มข้น ปลาเนื้อนุ่มมันผสมผสานกับรสเปรี้ยวเผ็ดกระตุ้นความอยากอาหาร เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้ออาหารที่อบอุ่นพร้อมหน้าพร้อมตา

ปลาเม่อฮวาแกงส้มลูกแป้ง

ปลาเม่อฮวาแกงส้มลูกแป้งเป็นเมนูพื้นบ้าน มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ ตามธรรมชาติ เหมาะอย่างยิ่งในการปรับสมดุลความมันของปลาเม่อฮวา ด้วยลูกแป้งและผักหอมที่ใส่คู่กัน แกงจึงรับประทานง่ายและขจัดกลิ่นคาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัวในทุกๆ วัน

วัตถุดิบ (สำหรับ 3–4 คน):

  • ปลาเม่อฮวา: 800 กรัม–1 กก.
  • ลูกแป้ง: 3-4 ช้อนโต๊ะ (กรองเอาน้ำ)
  • มะเขือเทศ: 3 ลูก
  • ตะไคร้: 2 ต้น (ทุบ)
  • หอมแดง: 2 หัว (สับละเอียด)
  • ผักเคียง: ผักบุ้ง, ต้นคูน (ตูน), ผักชีฝรั่ง, ใบพลู
  • เครื่องปรุงรส: น้ำมันพืช, เกลือ, น้ำตาล, น้ำปลา, ผงปรุงรส, พริก
ปลาเม่อฮวาแกงส้มลูกแป้ง
ปลาเม่อฮวาแกงส้มลูกแป้ง

วิธีทำโดยละเอียด:

  • ขอดเกล็ดปลาเม่อฮวา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างให้สะอาด ใช้เกลือและตะไคร้หรือขิงสองสามแผ่นถูเบาๆ ที่ตัวปลาเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็น หั่นปลาเป็นท่อนหนาประมาณ 3–4 ซม. พักให้สะเด็ดน้ำ
  • นำลูกแป้งออกมาวางบนตะแกรง กรองเอาน้ำลูกแป้งออก ทิ้งกากเพื่อไม่ให้น้ำแกงขุ่น ล้างมะเขือเทศให้สะอาด หั่นเป็นเสี้ยว ล้างผักบุ้งและต้นคูนให้สะอาด หั่นเป็นท่อนพอดีคำ
  • เจียวหอมแดงกับน้ำมันพืชให้หอม ใส่มะเขือเทศลงไปผัดเบาๆ จนมะเขือเทศเริ่มมีสีแดง เติมน้ำประมาณ 1.5 ลิตร ใส่ตะไคร้ทุบลงไป ต้มให้เดือด
  • ใส่ปลาเม่อฮวาลงในหม้อ ต้มด้วยไฟปานกลางประมาณ 7–10 นาที จนปลาสุก ช้อนฟองออกเพื่อให้แกงใส
  • ใส่น้ำลูกแป้งที่กรองแล้วลงในหม้อ ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล ผงปรุงรส และน้ำปลาให้มีรสเปรี้ยวอ่อนๆ และพอดี
  • สุดท้ายใส่ผักบุ้ง ต้นคูน และผักชีฝรั่งลงไป ต้มต่ออีก 2–3 นาทีแล้วปิดไฟ

แกงปลาเม่อฮวาใส่ลูกแป้งจะอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานร้อนๆ น้ำแกงเปรี้ยวอ่อนๆ ปลาเนื้อนุ่มมัน รับประทานคู่กับข้าวสวย รับประทานง่ายมากและไม่รู้สึกเบื่อ

ปลาเม่อฮวาย่าง

ปลาเม่อฮวาย่างเป็นเมนูที่อร่อยและเป็นเมนูพื้นบ้าน ช่วยรักษารสชาติมันตามธรรมชาติของปลาไว้ได้โดยไม่ทำให้รู้สึกเลี่ยน เมื่อย่างอย่างถูกวิธี เนื้อปลาจะสุกนุ่ม หนังเหลืองกรอบเล็กน้อย หอมกลิ่นตะไคร้ พริก และเครื่องเทศ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเปลี่ยนรสชาติสำหรับมื้ออาหารของครอบครัว หรือเป็นกับแกล้มเบาๆ

วัตถุดิบ (สำหรับ 3–4 คน):

  • ปลาเม่อฮวา: 1 ตัว ประมาณ 1–1.2 กก.
  • ตะไคร้: 3 ต้น (สับละเอียด)
  • หอมแดง, กระเทียม: อย่างละ 2 ช้อนชา (สับ)
  • พริก: 1–2 เม็ด (สับ, ตามชอบ)
  • เครื่องปรุงรส: น้ำปลา, เกลือ, น้ำตาล, พริกไทยป่น, น้ำมันพืช
ปลาเม่อฮวาย่าง
ปลาเม่อฮวาย่าง

วิธีทำโดยละเอียด:

  • ขอดเกล็ดปลาเม่อฮวา ควักเหงือกและไส้ออก ล้างให้สะอาด ใช้เกลือและตะไคร้สองสามแผ่นถูตัวปลาเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างอีกครั้งด้วยน้ำเย็น พักให้สะเด็ดน้ำ ใช้มีดกรีดเบาๆ สองข้างลำตัวปลาเพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ
  • ผสมตะไคร้ หอมแดง กระเทียม พริก กับน้ำปลา น้ำตาลเล็กน้อย พริกไทย และน้ำมันพืชให้เป็นส่วนผสมสำหรับหมัก ทาส่วนผสมนี้ให้ทั่วตัวปลา โดยเฉพาะตามรอยกรีด หมักไว้ประมาณ 30 นาที
  • สามารถย่างปลาด้วยเตาถ่าน เตาอบ หรือหม้อทอดไร้น้ำมัน หากย่างด้วยเตาถ่าน วางปลาบนตะแกรง ย่างด้วยไฟปานกลางและพลิกกลับด้านให้สม่ำเสมอประมาณ 20–25 นาที จนปลาสุกเหลืองหอม
  • หากใช้เตาอบหรือหม้อทอดไร้น้ำมัน ย่างที่อุณหภูมิ 180°C เป็นเวลา 25–30 นาที โดยพลิกกลับปลาหนึ่งครั้งตรงกลางเพื่อให้ปลาสุกทั่วถึง
  • เมื่อปลาสุก ตักใส่จาน อาจโรยต้นหอมหรือถั่วลิสงคั่วเล็กน้อยเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม

ปลาเม่อฮวาย่างจะอร่อยที่สุดเมื่อรับประทานร้อนๆ ห่อด้วยผักสด แป้งข้าวเจ้า และจิ้มกับน้ำจิ้ม หรือเกลือพริกมะนาว รสชาติมันหอมของปลาผสมผสานกับเครื่องปรุงรับประทานง่ายมากและไม่รู้สึกเบื่อ

>> ดูเมนูอร่อยเพิ่มเติม:

ประโยชน์ของปลาเม่อฮวาต่อสุขภาพ

ปลาเม่อฮวาไม่เพียงแต่ปรุงง่าย แต่ยังเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยโภชนาการ นำมาซึ่งประโยชน์มากมายต่อสุขภาพหากรับประทานอย่างถูกวิธีและพอประมาณ ด้านล่างนี้คือประโยชน์เด่นๆ ของปลาเม่อฮวาที่ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการหลายท่านให้การยอมรับ

  • อุดมด้วยโปรตีน ดีต่อกล้ามเนื้อและสมรรถภาพทางกาย: เนื้อปลาเม่อฮวามีโปรตีนคุณภาพสูงที่ย่อยง่าย ช่วยเสริมสร้างและบำรุงรักษากล้ามเนื้อ เป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ใช้แรงงาน ผู้ออกกำลังกาย ผู้สูงอายุ และเด็กที่กำลังเจริญเติบโต
  • เสริมโอเมก้า-3 ดีต่อหัวใจและหลอดเลือด: ปลาเม่อฮวาให้โอเมก้า-3 ตามธรรมชาติ ซึ่งมีฤทธิ์ช่วยลดคอเลสเตอรอลที่ไม่ดี เพิ่มคอเลสเตอรอลที่ดี จึงช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงของภาวะหลอดเลือดแดงแข็งและภาวะความดันโลหิตสูง
  • ดีต่อสมองและความจำ: ด้วยกรดไขมันไม่อิ่มตัวและแร่ธาตุที่จำเป็น ปลาเม่อฮวามีส่วนช่วยบำรุงการทำงานของสมอง ปรับปรุงความจำและความสามารถในการมีสมาธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีประโยชน์สำหรับนักเรียน นักศึกษา และผู้ทำงานใช้สมอง
  • ช่วยระบบย่อยอาหาร ดูดซึมง่าย: เนื้อปลาเม่อฮวานุ่ม มีใยอาหารน้อย ย่อยง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่มีระบบย่อยอาหารที่บอบบาง เมื่อปรุงอย่างถูกวิธี (นึ่ง, แกง, หม้อไฟ) ปลาช่วยลดอาการท้องอืด อาหารไม่ย่อยเมื่อเทียบกับเนื้อแดงหลายชนิด
  • ให้วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น: ปลาเม่อฮวามีแร่ธาตุต่างๆ เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก พร้อมวิตามินบีรวม ซึ่งช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง เสริมการเผาผลาญ และเพิ่มภูมิคุ้มกัน
  • ข้อควรระวังในการรับประทานปลาเม่อฮวา: เนื่องจากปลาเม่อฮวามีไขมันในปริมาณหนึ่ง จึงควรเลือกวิธีการปรุงที่เบาๆ เช่น นึ่ง แกง หม้อไฟ หรือเคี่ยวด้วยไฟปานกลางเพื่อหลีกเลี่ยงความมัน การรับประทานในปริมาณที่เหมาะสมจะช่วยให้ได้รับประโยชน์ทางโภชนาการสูงสุดและดีต่อสุขภาพ
ปลาเม่อฮวาเป็นปลาที่มีประโยชน์ รับประทานง่าย และเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ควรนำมาใส่ในเมนูอาหารของครอบครัวบ่อยๆ
ปลาเม่อฮวาเป็นปลาที่มีประโยชน์ รับประทานง่าย และเหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย ควรนำมาใส่ในเมนูอาหารของครอบครัวบ่อยๆ

อันตรายของปลาเม่อฮวา

ปลาเม่อฮวาเป็นอาหารที่คุ้นเคยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง อย่างไรก็ตาม หากเลือกซื้อ ปรุง หรือรับประทานไม่ถูกวิธี ปลาเม่อฮวายังคงก่อให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพได้บางประการ ด้านล่างนี้คือข้อควรระวังที่สำคัญ

  • มีกลิ่นคาวง่าย รับประทานยากหากจัดการไม่ดี: ปลาเม่อฮวามีชั้นไขมันใต้ผิวหนังและกลิ่นเฉพาะตัว หากไม่ได้เตรียมอย่างละเอียด (เอาเหงือก เมือกดำ และไขมันหน้าท้องออก) หรือปรุงไม่ถูกวิธี ปลาจะเกิดกลิ่นคาวได้ง่าย ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ รับประทานยาก โดยเฉพาะกับผู้ที่ไวต่อกลิ่น
  • มีไขมันสูง ไม่เหมาะกับการรับประทานมากเกินไป: เมื่อเทียบกับปลาน้ำจืดหลายชนิด ปลาเม่อฮวามีปริมาณไขมันสูงกว่า การรับประทานบ่อยเกินไปหรือปรุงด้วยน้ำมันมาก (ทอด, ย่างด้วยน้ำมันเยอะ) อาจทำให้ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีน้ำหนักเกิน หรือมีภาวะไขมันในเลือดผิดปกติ
  • เสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิหากรับประทานไม่สุก: ปลาเม่อฮวาอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมน้ำจืด หากแหล่งที่มาไม่สะอาด หรือรับประทานดิบๆ หรือยำไม่ถูกวิธี อาจมีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อพยาธิ ดังนั้น จึงต้องแน่ใจว่าปลาสด เตรียมอย่างสะอาด และปรุงให้สุกอย่างทั่วถึง
  • อาจสะสมโลหะหนักหากเลี้ยงในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษ: ปลาเม่อฮวามีนิสัยการกินแบบกรอง จึงง่ายต่อการสะสมสารปนเปื้อนและโลหะหนักหากเจริญเติบโตในแหล่งน้ำที่มีมลพิษ การรับประทานปลาที่ไม่ทราบแหล่งที่มาเป็นระยะเวลานานอาจส่งผลกระทบต่อตับและไตได้
  • ไม่เหมาะสำหรับบางกลุ่มบุคคล: ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารอ่อนแอ ผู้ที่มีปัญหาทางเดินอาหาร ตับมีไขมัน หรือไขมันในเลือดสูง ควรงดรับประทานปลาเม่อฮวามากเกินไป โดยเฉพาะเมนูที่มีไขมัน เด็กเล็กและผู้สูงอายุควรรรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะและปรุงให้สุกอย่างทั่วถึง

วิธีลดอันตรายเมื่อรับประทานปลาเม่อฮวา

  • เลือกปลาสด มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน
  • เตรียมอย่างละเอียด ขจัดกลิ่นคาวอย่างถูกวิธี
  • เน้นการนึ่ง เคี่ยว แกง หม้อไฟ
  • รับประทานในความถี่ที่เหมาะสม (1-2 ครั้ง/สัปดาห์)

สรุปได้ว่า ปลาเม่อฮวาไม่ได้เป็นปลาที่ไม่ดี แต่จำเป็นต้องรับประทานอย่างถูกวิธีเพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่ไม่พึงประสงค์ และใช้ประโยชน์จากคุณค่าทางโภชนาการของปลาชนิดนี้ได้อย่างเต็มที่

ข้อควรระวังในการปรุงปลาเม่อฮวา

เมื่อปรุงปลาเม่อฮวา หากทำไม่ถูกวิธี ปลาจะมีกลิ่นคาวหรือมันเลี่ยนได้ง่าย เพื่อให้อาหารอร่อย รับประทานง่าย และปลอดภัยต่อสุขภาพ คุณควรใส่ใจในประเด็นต่อไปนี้:

  • เลือกปลาสด มีแหล่งที่มาที่ชัดเจน: ควรเลือกปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือปลาสด ตาใส เหงือกแดง ลำตัวแน่น ไม่มีกลิ่นแปลกปลอม เพื่อให้ได้เนื้อปลาที่อร่อยและมีกลิ่นคาวน้อย
  • เตรียมอย่างละเอียดเพื่อขจัดกลิ่นคาว: ควักเหงือก ไส้ และเมือกดำในช่องท้องปลาออก อาจถูปลาด้วยเกลือ ขิง เหล้าขาว หรือน้ำส้มสายชู แล้วล้างให้สะอาด
  • ตัดไขมันส่วนเกินออกหากไม่ชอบความมัน: ปลาเม่อฮวามีไขมันหน้าท้องมาก จึงควรตัดออกบางส่วนเพื่อให้อาหารเบาขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเคี่ยวหรือแกง
  • หมักเครื่องปรุงรสในปริมาณที่พอเหมาะ: เนื้อปลานุ่ม ซึมซับเครื่องปรุงรสได้ง่าย จึงควรหลีกเลี่ยงการหมักที่เค็มเกินไป ควรผสมขิง ตะไคร้ หอม และผักชีลาว เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมตามธรรมชาติ
  • ปรุงให้สุกอย่างทั่วถึง: ปลาน้ำจืดจำเป็นต้องปรุงให้สุกอย่างสมบูรณ์ ไม่ควรรับประทานดิบๆ เพื่อความปลอดภัยของอาหาร
  • เน้นวิธีการปรุงที่เบาๆ: การนึ่ง เค็มข่า แกงส้ม แกงส้มลูกแป้ง หรือหม้อไฟ ช่วยปรับสมดุลความมัน รับประทานง่าย และดีต่อสุขภาพ

เพียงแค่ใส่ใจในขั้นตอนที่กล่าวมาข้างต้น ปลาเม่อฮวาก็สามารถกลายเป็นเมนูที่อร่อย มีประโยชน์ และเหมาะสำหรับมื้ออาหารของครอบครัวได้อย่างสมบูรณ์

หวังว่าบทความนี้จะช่วยตอบคำถามของคุณได้อย่างครบถ้วนว่า ปลาเม่อฮวาทำเมนูอะไรอร่อย รวมถึงแนะนำวิธีการปรุงที่นำไปใช้ได้ง่ายหลากหลาย จากเมนูเคี่ยว ทอด ไปจนถึงแกง หม้อไฟ ปลาเม่อฮวาสามารถกลายเป็นเมนูอร่อยที่คุ้นเคยได้อย่างสมบูรณ์หากทำอย่างถูกวิธี อย่าลืมติดตาม บล็อกของ Ola Squid เพื่อค้นพบเมนูอาหารทะเลและความรู้ด้านอาหารที่เป็นประโยชน์อีกมากมาย กำลังมองหาผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแห้งแสนอร่อยอยู่ใช่ไหม? เยี่ยมชมร้านค้าของ OlaSquid ตอนนี้เลย!

Rate this post