ปลาเก๋ามีเนื้อแน่นหวาน มีกระดูกน้อย และอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ จึงเป็นที่ชื่นชอบของหลายครอบครัว อย่างไรก็ตาม หลายคนยังคงสงสัยว่า ปลาเก๋าทำอะไรอร่อย เพื่อคงรสชาติความสดหวานและน่ารับประทาน ดังนั้น มาร่วมติดตามบทความด้านล่างนี้กับ Ola Squid เพื่อค้นพบ 12 เมนูอร่อยทำง่ายจากปลาเก๋า ที่จะช่วยให้คุณเลือกและเปลี่ยนเมนูอาหารสำหรับครอบครัวได้อย่างง่ายดาย!

1. ปลาเก๋าคืออะไร?

ปลาเก๋า หรือที่รู้จักกันในชื่อ ปลาซง เป็นปลาทะเลที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากมีเนื้อแน่น หวาน มัน มันมีฟันที่แหลมคม ช่วยในการล่าเหยื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมักจะซ่อนตัวอยู่ในโพรงหิน แนวปะการัง หรือซอกหินใต้ท้องทะเล

Giới thiệu về cá mú
แนะนำเกี่ยวกับปลาเก๋า

ปลาเก๋ามีหลายสายพันธุ์ มีขนาด สีสันที่หลากหลาย และน้ำหนักโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 1-3 กก. บางชนิดอาจมีน้ำหนักถึงหลายร้อยกิโลกรัม ลำตัวของปลาจะยาว แบน ผิวเรียบเนียน บางชนิดมีลวดลายเฉพาะตัว เนื้อปลาเก๋าจะแน่นแข็งแรง มีขากรรไกรล่างยื่นออกมาเล็กน้อย และเป็นวัตถุดิบที่ใช้ในการทำอาหารนึ่ง แกง หรือย่างที่อร่อยหอมกรุ่นหลายเมนู

2. ปลาเก๋า 1 กก. ราคาเท่าไหร่?

ปัจจุบัน ราคาปลาเก๋าขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และภูมิภาค ปลาเก๋าโดยทั่วไปมีราคาประมาณ 330,000 ดอง/กก. ในขณะที่ปลาเก๋ามังกร ซึ่งเป็นปลาเก๋าระดับพรีเมียม จะมีราคาตั้งแต่ 420,000-450,000 ดอง/กก. ปลาเก๋าชนิดอื่นๆ มักจะมีราคาตั้งแต่ 300,000 ดอง/กก. ขึ้นไป ขึ้นอยู่กับฤดูกาลและแหล่งจับ

คุณสามารถหาซื้อปลาเก๋าได้ง่ายตามตลาดอาหารทะเลสด หรือร้านค้าที่จำหน่ายสัตว์น้ำโดยเฉพาะ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเดินทางไปเที่ยวที่บริเวณชายทะเลที่มีชื่อเสียง เช่น ฟู้โกว๊ก หรือ กอนดาว การเลือกซื้อและลิ้มรสปลาเก๋าที่จับได้จากแหล่งนั้นๆ จะช่วยให้คุณมั่นใจในความสดอร่อยและคุณภาพที่ดีที่สุด

3. เคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกซื้อและเตรียมปลาเก๋าสดใหม่ให้อร่อย

เพื่อให้เมนูจากปลาเก๋าอร่อยและคงคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน การเลือกซื้อและเตรียมปลาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การเลือกซื้อปลาเก๋าสด:

  • ควรเลือกปลาที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือเพิ่งจับมาใหม่ๆ ลำตัวแน่น ผิวเรียบเนียน และไม่มีรอยขีดข่วน
  • ปลาสดจะมีตาที่สดใส โปร่งแสง นูนเล็กน้อย ไม่ขุ่นมัวหรือยุบลง ซึ่งเป็นสัญญาณของปลาสด
  • เหงือกปลามีสีแดงอมชมพูสด ไม่คล้ำเสียหรือมีกลิ่นแปลกๆ
  • ปลาสดจะมีกลิ่นทะเลตามธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นเหม็นหรือเปรี้ยว
Kinh nghiệm chọn mua cá mú tươi 
ประสบการณ์การเลือกซื้อปลาเก๋าสด

เพื่อให้คงความหวานตามธรรมชาติของปลาเก๋า การเตรียมและการขจัดกลิ่นคาวต้องทำอย่างพิถีพิถัน:

  • คุณต้องขอดเกล็ดปลาออกให้หมด เอาเหงือกและเครื่องในออก แล้วล้างปลาใต้น้ำสะอาดเพื่อขจัดเมือกและสิ่งสกปรกบนผิว
  • แช่ปลาในน้ำซาวข้าวประมาณ 15 นาที หรือใช้เกลือเม็ดและมะนาวเล็กน้อยถูเบาๆ ที่ด้านนอกและในช่องท้องเพื่อขจัดกลิ่นคาว
  • หากจะปรุงอาหารนึ่ง ย่าง หรือตุ๋น ควรหั่นปลาเป็นชิ้นพอดีคำ เพื่อให้เครื่องปรุงซึมเข้าเนื้อ ทำให้เมนูอร่อยและรสชาติเข้มข้นยิ่งขึ้น

ดูเพิ่มเติม: วิธีเลือกปลาหมึกสดอร่อยที่ใครๆ ก็ไม่เคยรู้

4. ปลาเก๋าทำอะไรอร่อย?

ปลาเก๋าเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำมาปรุงเป็นอาหารอร่อยได้หลากหลายเมนู ตั้งแต่เมนูสดชื่นอย่างแกง ยำ ไปจนถึงเมนูปิ้ง ย่าง และนึ่ง นี่คือข้อเสนอแนะเมนูอร่อยจากปลาเก๋า:

4.1. โจ๊กปลาเก๋า

โจ๊กปลาเก๋า เป็นเมนูที่เหมาะสำหรับวันฝนตก อากาศหนาว สำหรับเด็ก หรือผู้ที่เพิ่งฟื้นไข้ ช่วยเสริมพลังงานและฟื้นฟูสุขภาพได้อย่างรวดเร็ว ปลาเก๋าอุดมไปด้วยโปรตีน ไขมันต่ำ ย่อยง่าย และให้กรดอะมิโนที่จำเป็นต่อร่างกายครบถ้วน เมื่อรับประทาน คู่กับน้ำปลาพริกเผ็ดเล็กน้อย จะช่วยเพิ่มรสชาติอาหารได้อย่างสมบูรณ์แบบ

วัตถุดิบ:

  • ปลาเก๋าสีแดงหรือดำ: 1 ตัว
  • ข้าว เห็ดฟาง: อย่างละ 100 กรัม
  • ผักขม: 200 กรัม
  • หอมแดง 2 หัว, กระเทียม 1 หัว
  • ต้นหอม: สองสามต้น
  • เครื่องปรุงรส: เกลือ น้ำมันพืช ผงปรุงรส น้ำปลา

วิธีทำโจ๊กปลาเก๋า ดังนี้:

  • ขอดเกล็ดปลาเก๋า เอาเหงือกและเครื่องในออก ล้างทำความสะอาดเส้นเลือด แล้วแช่ปลาในน้ำเกลือผสมน้ำส้มสายชูประมาณ 10 นาทีเพื่อขจัดกลิ่นคาว จากนั้นล้างอีกหลายครั้งแล้วสะเด็ดน้ำ
  • แช่เห็ดฟางในน้ำเกลือเจือจาง 15 นาที แล้วล้างให้สะอาด จากนั้น เจียวหอมแดง กระเทียม และต้นหอมกับน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะ แล้วใส่เห็ดลงผัดเบาๆ 3 นาที พร้อมกับผงปรุงรสเล็กน้อย
  • ใส่ปลาลงในกระทะน้ำมันร้อน ทอดประมาณ 7 นาทีจนเนื้อปลาแน่น คุณสามารถเติมน้ำส้มสายชูหรือไวน์เล็กน้อยลงในกระทะเพื่อไม่ให้ปลาติด
  • หลังจากนั้น ล้างข้าว ใส่ลงในหม้อพร้อมน้ำ 2 ลิตร ต้มให้เดือดแล้วคนให้เข้ากันเพื่อไม่ให้ไหม้ก้นหม้อ เมื่อโจ๊กเริ่มนิ่ม ใส่เห็ดฟางที่ผัดแล้ว ปรุงรสด้วยเกลือ ผงปรุงรส น้ำปลาตามชอบ สุดท้ายใส่ปลาเก๋าลงไปต้มประมาณ 2 นาที และอย่าลืมช้อนฟองออกเพื่อให้โจ๊กใสและหอม
Cá mú làm món gì ngon? Gợi ý món cháo cá mú
ปลาเก๋าทำอะไรอร่อย? แนะนำเมนูโจ๊กปลาเก๋า

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำโจ๊กปลาหมึกหอมอร่อย เข้มข้น ถึงรสชาติแบบต้นตำรับที่บ้าน

4.2. ยำปลาเก๋าแช่น้ำมะนาว

ยำปลาเก๋าแช่น้ำมะนาว เป็นเมนูเบาๆ ที่ช่วยสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ ให้กับครอบครัวโดยไม่ต้องใช้เวลาเตรียมมากนัก เนื้อปลาเก๋าที่ทำความสะอาดและแล่เป็นชิ้นพอดีคำยังคงความสดอร่อยและรสหวานตามธรรมชาติ พร้อมทั้งขจัดกลิ่นคาวได้อย่างสมบูรณ์ เมื่อรับประทาน เนื้อปลาจะนุ่ม หวาน ผสมผสานกับรสเปรี้ยวอ่อนๆ ของมะนาวและความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศ สร้างความรู้สึกสดชื่น

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม:

  • ปลาเก๋า: 2 กก.
  • มะนาว: 6 ลูก (คั้นเอาแต่น้ำ)
  • ต้นหอม 7 ต้น, พริกชี้ฟ้า

วิธีทำยำปลาเก๋าแช่น้ำมะนาวแบบละเอียด มีดังนี้:

  • นำปลาเก๋ามาเอาเครื่องใน หนัง เหงือก และครีบออก จากนั้นนำไปแช่ในน้ำอุ่นผสมมะนาว นมสด หรือขัดด้วยเกลืออย่างเบามือ แล้วล้างให้สะอาดอีกครั้ง ล้างต้นหอมให้สะอาด ใช้ต้นหอม 2 ต้นซอยเป็นเส้นบางๆ ส่วนอีก 5 ต้นซอยเป็นฝอยแล้วแช่น้ำแข็งเพื่อให้ต้นหอมม้วนสวยงาม พริกชี้ฟ้าเอาเม็ดออกแล้วหั่นเป็นแว่น
  • จากนั้น ใช้กระดาษซับปลาให้แห้ง แล่เอาแต่เนื้อ แล้วหั่นเป็นชิ้นบางพอดีคำ ทิ้งส่วนหนังและนำเนื้อปลาใส่ในชามน้ำแข็งเพื่อให้คงความสด
  • สุดท้าย จัดจานโดยรองด้วยน้ำแข็งห่อฟอยล์ เจาะรูเล็กๆ เพื่อปักต้นหอมและพริกตกแต่ง จากนั้นเรียงเนื้อปลาเป็นแผ่นๆ ให้สวยงาม
Gỏi cá mú tái chanh
ยำปลาเก๋าแช่น้ำมะนาว

4.3. แกงปลาเก๋าผักดอง

เมนูแกงปลาเก๋าผักดอง ทั้งคุ้นเคยและไม่เหมือนใคร นำเสนอรสชาติแปลกใหม่ให้กับมื้ออาหารของครอบครัว ปลาเก๋าที่ทำความสะอาดและขจัดกลิ่นคาวแล้ว นำไปทอดพอสุกเพื่อให้เนื้อแน่น จากนั้นนำไปปรุงกับผักกาดดองและมะเขือเทศที่ผัดเบาๆ ทำให้ได้น้ำแกงที่เข้มข้น เปรี้ยวอ่อนๆ พอดีคำ เมื่อรับประทาน คุณจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมของปลาที่กระตุ้นความอยากอาหาร ทำให้มื้ออาหารน่ารับประทานและน่าจดจำยิ่งขึ้น

วัตถุดิบที่ต้องมี:

  • ปลาเก๋า: 1 ตัว
  • ผักดองเปรี้ยว: 400 กรัม
  • หอมแดงสับ, พริกสับ
  • มะเขือเทศ: 2 ลูก
  • ต้นหอม, ผักชีฝรั่ง
  • เครื่องปรุงรส: เกลือ, ผงปรุงรส, พริกไทย, ผงชูรส, น้ำมันพืช, น้ำส้มสายชู, เหล้าขาว, มะนาว

วิธีทำแกงปลาเก๋าผักดอง ดังนี้:

  • คุณเริ่มด้วยการเอาเหงือกและเครื่องในออก ขอดเกล็ดแล้วล้างด้วยน้ำเกลือเจือจาง หรือน้ำส้มสายชู เหล้าขาว เพื่อขจัดเมือก จากนั้น ขัดด้วยเกลือและมะนาวอีกครั้งเพื่อลดกลิ่นคาว แล้วหั่นปลาเป็นท่อนๆ ทอดปลาพอสุกจนทั้งสองด้านเป็นสีทอง เนื้อแน่น แล้วตักขึ้นพักไว้บนจาน
  • มะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ผักดองล้างเบาๆ แล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ต้นหอม ผักชีฝรั่ง ล้างสะอาดและซอยเล็กๆ
  • เจียวหอมและพริกสับในน้ำมันร้อน จากนั้นใส่มะเขือเทศครึ่งหนึ่งลงไปผัดกับเกลือเล็กน้อยจนนิ่ม ใส่ผักดอง ปรุงรสด้วยผงชูรสและผงปรุงรส แล้วผัดให้เข้ากัน 5-10 นาทีเพื่อให้ผักดองซึมซับรสชาติ
  • จากนั้น เทน้ำ 1 ลิตรลงไป ต้มให้เดือดจนผักดองนิ่ม ใส่ปลาที่ทอดแล้วลงไป กดเบาๆ ให้ปลาจมน้ำและต้มต่ออีก 10 นาที ถัดไป ใส่มะเขือเทศส่วนที่เหลือลงไปต้มอีกไม่กี่นาที ปรุงรสอีกครั้งให้พอดีคำ แล้วใส่ผักชีฝรั่งและต้นหอมก่อนปิดเตา
Canh cá mú nấu dưa chua lạ miệng
แกงปลาเก๋าผักดอง รสชาติแปลกใหม่

4.4. ปลาเก๋าตุ๋นพริกไทย

ถ้าคุณยังไม่รู้ว่าปลาเก๋าทำอะไรอร่อย ก็ไม่ควรพลาดเมนู ปลาเก๋าตุ๋นพริกไทย ที่เข้มข้น ปลาที่ทำความสะอาดและขจัดกลิ่นคาวแล้ว นำไปหมักเครื่องเทศ จากนั้นตุ๋นกับน้ำซอสสี พริกไทย และเครื่องเทศหอมๆ ทำให้ได้เนื้อปลาที่ทั้งหวานและมัน ผลลัพธ์ที่ได้คือสีน้ำตาลแดงสวยงาม กลิ่นพริกไทยหอมฉุน เมื่อรับประทาน เนื้อปลาจะนุ่ม ชุ่มฉ่ำ ผสมผสานกับกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์

วัตถุดิบที่ต้องมี ได้แก่:

  • ปลาเก๋า 500 กรัม
  • พริกสด 5 เม็ด, หอมแดง 3 หัว
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันพืช 1/2 ช้อนโต๊ะ
  • เครื่องปรุงรส: เกลือ, ผงปรุงรส, น้ำตาล, ผงชูรส, พริกไทยป่น

วิธีทำเมนูนี้ มีดังนี้:

  • หลังจากทำความสะอาดเครื่องในและเกล็ดปลาแล้ว ให้ใช้เกลือขัดปลาเพื่อขจัดกลิ่นคาว ล้างให้สะอาดและสะเด็ดน้ำ หั่นปลาเป็นชิ้นหนาประมาณหนึ่งนิ้ว แล้วนำไปหมักกับหอมแดง พริกหั่นแว่น เกลือ และผงชูรส ประมาณ 30 นาทีเพื่อให้เข้าเนื้อ
  • ผสมน้ำสำหรับตุ๋น ประกอบด้วยน้ำ 1/2 ถ้วย, น้ำมันพืช, น้ำตาล, น้ำปลา และพริกไทยป่น แล้วนำไปต้มบนไฟกลาง เมื่อส่วนผสมเดือด ให้ใส่ปลาลงไปแล้วลดไฟอ่อน ตุ๋นประมาณ 30 นาทีจนน้ำซุปข้น ปรุงรสครั้งสุดท้ายให้พอดีคำ
Cá mú kho tiêu đậm đà
ปลาเก๋าตุ๋นพริกไทยรสชาติเข้มข้น

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำโจ๊กปลาหมึกหอมอร่อย เข้มข้น ถึงรสชาติแบบต้นตำรับที่บ้าน

4.5. ปลาเก๋านึ่งขิงต้นหอม

เมนูปลาเก๋านึ่งขิงต้นหอม ปรุงง่ายแต่ยังคงรสชาติเข้มข้น ช่วยคงความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาไว้ได้อย่างเต็มที่ เนื้อปลานุ่มเนียน ผสมผสานกับรสเผ็ดอ่อนๆ ของขิง และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของต้นหอม เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ชื่นชอบอาหารเบาๆ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ

วัตถุดิบที่ต้องมี ได้แก่:

  • ปลาเก๋า 1 ตัว ประมาณ 600 กรัม
  • หอมแดง 1 หัว, ขิง 1 หัว
  • หอมใหญ่ ½ หัว, พริก 2 เม็ด
  • ต้นหอม 3 ต้น, กระเทียมสับ
  • เครื่องปรุงรส: เกลือ, ผงปรุงรส, น้ำตาล, น้ำมันหอย, น้ำมันงา, ซีอิ๊ว, พริกไทย, น้ำมันพืช

วิธีทำ:

  • ปลาที่ซื้อมาใหม่ ให้ทำความสะอาดแล้วหั่นเป็นท่อนๆ ขัดด้วยเกลือเพื่อขจัดกลิ่นคาว แล้วล้างอีกครั้งและสะเด็ดน้ำ ขิงปอกเปลือกแล้วซอยเป็นเส้น พริกเอาเม็ดออก (ส่วนหนึ่งสับ อีกส่วนหนึ่งหั่นเป็นเส้น) หอมแดง หอมใหญ่สับละเอียด และต้นหอมหั่นเป็นท่อน
  • จากนั้น ผสมหอมแดง หอมใหญ่ ต้นหอม ขิง พริกสับ กับซีอิ๊ว น้ำตาล ผงปรุงรส น้ำมันหอย น้ำมันงา และพริกไทย จากนั้นราดส่วนผสมลงบนปลา ทาให้ทั่วและหมักไว้ประมาณ 20 นาที
  • โรยขิงซอยครึ่งหนึ่งลงบนปลา แล้วนึ่งด้วยไฟกลางประมาณ 15-25 นาทีจนปลาสุกนุ่ม เจียวกระเทียม หอมแดง และพริกสับในน้ำมันให้หอม จากนั้นเติมซีอิ๊ว น้ำมันงา พริกไทยเล็กน้อย และเกลือ แล้วคนให้เข้ากันจนเดือดเบาๆ แล้วปิดเตา
Cá mú hấp hành gừng hấp dẫn
ปลาเก๋านึ่งต้นหอมขิงน่ารับประทาน

เนื้อปลานุ่มเนียน ผสมผสานกับรสเผ็ดอ่อนๆ ของขิง และกลิ่นหอมเฉพาะตัวของต้นหอม สร้างประสบการณ์การรับประทานที่ง่าย และดีต่อระบบย่อยอาหาร เมื่อราดน้ำนึ่งเล็กน้อยลงบนข้าวสวยร้อนๆ เมนูนี้จะยิ่งเข้มข้นขึ้น เหมาะสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้ที่ชื่นชอบอาหารเบาๆ ที่อุดมด้วยคุณค่าทางโภชนาการ

4.6. ปลาเก๋านึ่งซีอิ๊ว

นอกจากการนึ่งขิงและต้นหอมแล้ว ปลาเก๋ายังสามารถนำมานึ่งกับซีอิ๊วได้อร่อย โดยยังคงรสชาติและคุณค่าทางโภชนาการของปลาไว้ได้อย่างเต็มที่ หลังจากทำความสะอาดและขจัดกลิ่นคาวแล้ว ปลาจะถูกหมักด้วยซีอิ๊วและเครื่องปรุงรสต่างๆ แล้วนำไปนึ่งประมาณ 20 นาที ทำให้เนื้อปลานุ่ม ชุ่มฉ่ำ และหวานตามธรรมชาติ เมนูนี้โดดเด่นด้วยกลิ่นหอมเฉพาะตัวจากซีอิ๊ว ผสมผสานกับรสหวานของปลา สร้างความรู้สึกเข้มข้นแต่ไม่เลี่ยน

วัตถุดิบ:

  • ปลาเก๋าตัวใหญ่ 1 ตัว
  • หอมใหญ่ 1 หัว
  • ต้นหอม 20 กรัม, ผักชี 20 กรัม
  • พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด, ขิง 1 หัว
  • ข้าวเกรียบ, ขนมจีน
  • ผักเคียง: ผักกาดหอม, โหระพา, ผักคาวตอง, งาขี้ม้อน,…
  • เครื่องปรุงรส: น้ำตาล, ผงปรุงรส, พริกไทย, น้ำมันหอย, น้ำมันงา, น้ำมันพืช, ซีอิ๊ว

วิธีทำ:

  • หอมใหญ่หั่นเป็นเสี้ยว พริกชี้ฟ้าหั่นยาว และต้นหอมล้างให้สะอาด ผักสดทุกชนิดเก็บและล้างให้สะอาด
  • ปลาจาระเม็ดที่ซื้อมา เอาเหงือกและเกล็ดออก แล้วล้างปลาด้วยน้ำอุ่นผสมเกลือ หรือน้ำส้มสายชู เหล้าขาว เพื่อขจัดกลิ่นคาว จากนั้นใช้มีดกรีดปลาตามแนวขวางสองสามครั้งเพื่อให้ปลาซึมซับเครื่องปรุงรสได้ง่ายขึ้น
  • จากนั้น ทาส่วนผสมของน้ำมันงา 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันหอย ½ ช้อนโต๊ะ, พริกไทย ½ ช้อนโต๊ะ, ผงปรุงรส 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ และซีอิ๊ว 1 ช้อนโต๊ะ ให้ทั่วปลา ยัดต้นหอมลงในท้องปลาและหมักไว้ประมาณ 15 นาที
  • ต้มน้ำในหม้อนึ่งให้เดือด แล้วใส่ปลาลงไปนึ่ง 15-20 นาที จากนั้นใส่ขิง พริก และหอมใหญ่ลงไป ปิดฝานึ่งต่ออีก 5-7 นาทีจนปลาสุกหอม
Món cá mú hấp xì dầu đậm vị
เมนูปลาเก๋านึ่งซีอิ๊วรสชาติเข้มข้น

4.7. ปลาเก๋าย่างเกลือพริก

หากคุณต้องการเปลี่ยนรสชาติอาหารสำหรับทั้งครอบครัว ลองทำเมนู ปลาเก๋าย่างเกลือพริก รสชาติเข้มข้น ปลาที่หมักเกลือพริกอย่างเข้าเนื้อแล้วนำไปย่างจนหนังเกรียมเป็นสีเหลืองแดง กรอบเล็กน้อย และมีกลิ่นหอมของกระเทียมพริก ด้านใน เนื้อปลาจะนุ่มหวาน ผสมผสานกับรสเผ็ดเค็มที่พอดี ทำให้ใครๆ ที่ได้ลิ้มลองก็ยากที่จะหยุดตะเกียบ เมนูย่างนี้อร่อยที่สุดเมื่อรับประทานร้อนๆ ห่อด้วยผักสด แผ่นแป้ง และจิ้มกับน้ำจิ้มเกลือพริกมะนาว

วัตถุดิบ:

  • ปลาเก๋า 1 ตัว น้ำหนักมากกว่า 500 กรัม
  • พริกขี้หนู 1 เม็ด
  • ขิง 1 หัว, หอมแดง 1 หัว
  • ใบขิง, ใบขมิ้น หรือใบบัว
  • เกลือ, น้ำตาล

วิธีทำเมนูปลาเก๋าย่างเกลือพริก:

  • ทำความสะอาดเกล็ดปลาเก๋า เอาเครื่องในออก และล้างปลาด้วยน้ำเกลือ กรีดปลาเฉียงๆ ลึกประมาณ 1.5 ซม. บนลำตัว เพื่อให้ปลาซึมซับเครื่องปรุงรสและสุกเร็วขึ้น
  • จากนั้น โขลกขิงเอาแต่น้ำมาหมักปลา ส่วนกากขิงและหอมแดงทุบพอแตกแล้วยัดใส่ท้องปลา โขลกพริก เกลือ น้ำตาล ให้ละเอียดแล้วทาให้ทั่วตัวปลา หมักทิ้งไว้ 30-60 นาที
  • หลังจากนั้น วางแผ่นฟอยล์ รองด้วยใบขิงหรือใบขมิ้น แล้ววางปลาลงไป จากนั้นคลุมด้วยใบไม้อีกชั้น ห่อฟอยล์ให้แน่นแล้วนำไปย่างบนเตาถ่านหรือในเตาอบ 15-20 นาที เมื่อปลาสุก เปิดฟอยล์ออกแล้วจัดจาน
Cá mú làm món gì ngon? Bạn có thể làm cá mú nướng muối ớt
ปลาเก๋าทำอะไรอร่อย? คุณสามารถทำปลาเก๋าย่างเกลือพริกได้

4.8. ปลาเก๋านึ่งสไตล์ฮ่องกง

ปลาเก๋านึ่งสไตล์ฮ่องกง ปรุงอย่างพิถีพิถันกว่าการนึ่งทั่วไป แต่กลับให้รสชาติที่ละเอียดอ่อนและเข้มข้นเป็นเอกลักษณ์ เมื่อทำเสร็จ เนื้อปลาจะนุ่ม สีขาว หวานตามธรรมชาติ ผสมผสานกับไส้รสเข้มข้น และน้ำซอสซีอิ๊วผสมขิง น้ำมันงา หอมกรุ่น การราดน้ำซอสลงบนปลา หรือราดบนข้าวสวยร้อนๆ จะยิ่งทำให้อาหารอร่อยและน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

วัตถุดิบสำหรับทำเมนูนี้ ได้แก่:

  • ปลาเก๋า: 1 ตัว
  • หมูบดติดมัน: 100 กรัม
  • หอมแดง, กระเทียม: อย่างละ 20 กรัม
  • ต้นหอม: 100 กรัม
  • พริกชี้ฟ้า 2 เม็ด, หอมใหญ่ 1 หัว
  • เห็ดหอมแห้ง, เห็ดหูหนู: อย่างละ 15 กรัม
  • ขิง: 60 กรัม และวุ้นเส้น: 10 กรัม
  • น้ำสต็อกกระดูก หรือน้ำเปล่า: 300 มล.
  • เครื่องปรุงรส: ผงปรุงรส, พริกไทยป่น, ผงชูรส, เหล้าขาว, ซีอิ๊ว, ซีอิ๊วดำ, น้ำมันหอย, น้ำตาลกรวด

วิธีทำปลาเก๋านึ่งสไตล์ฮ่องกงอย่างละเอียด:

  • นำปลาเก๋ามาทำความสะอาดเหงือก เครื่องใน และล้างด้วยเหล้าเพื่อขจัดกลิ่นคาว ขิงหั่นเป็นเส้นบาง พริกหั่นเป็นเส้น ส่วนต้นหอมหั่นเป็นท่อน หอมแดง กระเทียมสับละเอียด และเห็ดหอม วุ้นเส้นหั่นเป็นเส้น
  • ผสมหมูบดติดมันกับหอมแดง กระเทียม เห็ดหูหนู วุ้นเส้น ผงชูรส ¼ ช้อนชา น้ำตาล ¼ ช้อนชา พริกไทย ¼ ช้อนชา และน้ำมันพืชเล็กน้อย คลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อให้ไส้ซึมซับเครื่องปรุงรส
  • จากนั้น ผสมซีอิ๊ว ซีอิ๊วดำ น้ำมันหอย น้ำตาลกรวด ผงปรุงรส ผงชูรส พริกไทย และน้ำสต็อกเพื่อทำน้ำซอส ต่อไป เจียวหอม กระเทียม ขิง ในน้ำมันให้หอม แล้วเติมส่วนผสมซอสลงไป ต้มให้เดือดเบาๆ แล้วพักไว้
  • นำไส้หมูยัดใส่ท้องปลา วางบนจานที่มีขิงหั่นบางๆ แล้วโรยผงปรุงรส 1 ช้อนชา พริกไทย 1 ช้อนชา และเหล้าขาว 1 ช้อนโต๊ะ นึ่งในลังถึง 15 นาทีจนปลาสุกนุ่ม
  • สุดท้าย จัดต้นหอม ขิงซอย หอมใหญ่ และพริกรอบจาน แล้ววางปลาที่นึ่งแล้วลงไป โรยเห็ดหอมรอบๆ ราดซอสที่เตรียมไว้บนปลาเมื่อรับประทานเพื่อเพิ่มรสชาติให้กับเมนูปลา
Cá mú hấp kiểu Hồng Kông độc đáo
ปลาเก๋านึ่งสไตล์ฮ่องกงที่ไม่เหมือนใคร

ดูเพิ่มเติม: รวม 5 วิธีนึ่งปลาหมึกให้อร่อยนุ่มหวาน ไม่คาว

4.9. ปลาเก๋าย่างฟอยล์

หากคุณเป็นแฟนของอาหารปิ้งย่าง ไม่ควรพลาดเมนู ปลาเก๋าย่างฟอยล์ นี้ เนื้อปลาเก๋ามีรสหวานและแน่นอยู่แล้ว เมื่อนำมาห่อด้วยฟอยล์แล้วนำไปย่าง จะช่วยคงรสชาติความอร่อยตามธรรมชาติและความชุ่มฉ่ำที่เป็นเอกลักษณ์ไว้ได้อย่างเต็มที่ เมนูปลาจานนี้อร่อยที่สุดเมื่อรับประทานคู่กับผักสด ผักกาดหอม มะเขือเทศ แตงกวา และแผ่นแป้ง พร้อมกับน้ำจิ้มซีฟู้ดรสเปรี้ยวหวาน

วัตถุดิบที่คุณต้องเตรียม:

  • ปลาเก๋ามุก: 1 ตัว (ประมาณ 1 กก.)
  • กระเทียม 3 กลีบ
  • หอมแดง 1 หัว, พริก 1 เม็ด
  • เครื่องปรุงรส: น้ำตาล, เกลือ, ผงปรุงรส, ผงชูรส
  • น้ำมันพืช 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำมันหอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำปลาเก๋าย่างฟอยล์:

  • เมื่อซื้อปลามาแล้ว ให้เอาเหงือก เครื่องใน และเส้นเลือดออก ระวังอย่าให้ดีแตก ล้างปลาหลายครั้งด้วยน้ำเกลือหรือน้ำส้มสายชูเพื่อขจัดกลิ่นคาว จากนั้นใช้มีดกรีดตามแนวขวางทั้งสองด้านของปลา ลึกประมาณ 1.5 ซม. เพื่อช่วยให้ปลาซึมซับเครื่องปรุงรสได้เร็วขึ้น
  • สับหอมแดง กระเทียม และพริกให้ละเอียด ผสมกับน้ำตาล เกลือ น้ำมันหอย น้ำมันพืช น้ำปลา และผงชูรสเล็กน้อย จากนั้นทาส่วนผสมให้ทั่วปลา โดยให้แน่ใจว่าเครื่องปรุงรสซึมซับเข้าในรอยกรีดและช่องท้องปลา
  • วางแผ่นฟอยล์ (ขนาดประมาณ 30 x 50 ซม.) แล้ววางปลาตรงกลาง พับมุมทั้งสองด้านเข้าหากัน แล้วห่อปลายทั้งสองข้างให้แน่น เพื่อให้แน่ใจว่าไอน้ำไม่รั่วไหลออก
  • สุดท้าย นำปลาเข้าเตาอบที่อุณหภูมิ 250°C เป็นเวลา 40-45 นาทีจนสุกทั่วถึง นำออกจากเตา พักให้เย็นเล็กน้อยแล้วเปิดฟอยล์ออกเพื่อรับประทาน
Cá mú nướng giấy bạc thơm lừng
ปลาเก๋าย่างฟอยล์หอมกรุ่น

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำหมึกหม้อไฟรสกลมกล่อม: หมึกสด, น้ำซุปหวานหอม

4.10. หม้อไฟปลาเก๋าเปรี้ยวหวาน

หม้อไฟปลาเก๋าเปรี้ยวหวาน ด้วยรสเปรี้ยวเผ็ดที่เป็นเอกลักษณ์ ผสมผสานกับรสหวานละมุนตามธรรมชาติของเนื้อปลาเก๋าสีขาวนุ่ม ทำให้ได้หม้อไฟที่เข้มข้น หอมกรุ่น และรับประทานง่าย เมื่อรับประทานคู่กับขนมจีนสดหรือผักสด เนื้อปลาที่แน่นซึมซับรสชาติของน้ำซุป ทำให้มื้ออาหารกลมกล่อมยิ่งขึ้น หากกำลังลังเลว่าจะทำเมนูอะไรดี หม้อไฟปลาเก๋าเปรี้ยวหวานร้อนๆ รับรองว่าจะทำให้ทั้งครอบครัวของคุณติดใจอย่างแน่นอน

วัตถุดิบที่ต้องมี:

  • ปลาเก๋า: 1 กก.
  • ขนมจีนสด: 1 กก.
  • มะเขือเทศ 2 ลูก, หอมแดง 3 หัว
  • สับปะรด 1/4 ลูก, พริก 3 เม็ด
  • ผักชีฝรั่ง, โหระพา, ผักชีลาว, ผักชี
  • มันหมู 1 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 2 ช้อนชา
  • เครื่องปรุงรส: เกลือ, น้ำตาล, ผงชูรส, ผงปรุงรส

วิธีทำ:

  • ปลาเก๋าทำความสะอาดเครื่องใน เกล็ด แล้วล้างด้วยน้ำเกลือ แบ่งเป็นส่วนหัว ลำตัว และหาง เนื้อปลาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ มะเขือเทศหั่นเป็นเสี้ยว สับปะรดปอกเปลือก เอาแกนออก หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ หอมแดงหั่นเป็นแว่น พริกทุบพอแตก ผักอื่นๆ เก็บและล้างให้สะอาด
  • จากนั้น ตั้งหม้อและตั้งมันหมูให้ร้อน ใส่หอมแดงและพริกเจียวให้หอม ใส่มะเขือเทศและสับปะรด ปรุงรสด้วยน้ำปลา ผงปรุงรส เกลือ น้ำตาล จากนั้นผัดให้เข้ากันจนส่วนผสมเปลี่ยนเป็นสีเหลืองเล็กน้อย
  • เทน้ำเย็นประมาณ 1 ลิตรลงในหม้อ ต้มให้เดือด ช้อนฟองออกให้น้ำใส แล้วปรุงรสอีกครั้งให้พอดีคำ สุดท้าย ใส่หัวและหางปลา พร้อมกับมะเขือเทศที่เหลือลงไป ต้มต่อจนปลาสุกทั่ว ตักหม้อไฟใส่หม้อ เสิร์ฟพร้อมขนมจีนสดและผักโรย
Lẩu cá mú chua ngọt hấp dẫn cả gia đình
หม้อไฟปลาเก๋าเปรี้ยวหวานที่ดึงดูดใจทั้งครอบครัว

4.11. ปลาเก๋านึ่งเบียร์

ปลาเก๋านึ่งเบียร์ นำเสนอรสชาติที่เบาแต่เปี่ยมด้วยคุณค่าทางโภชนาการและน่าหลงใหล เบียร์ช่วยขจัดกลิ่นคาวได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งคงรสชาติความหวานตามธรรมชาติของเนื้อปลาไว้ได้อย่างเต็มที่ เมื่อนึ่งกับเบียร์ ตะไคร้ พริก และวัตถุดิบเปรี้ยวอ่อนๆ เมนูนี้จะส่งกลิ่นหอมละมุนพร้อมเนื้อปลาที่นุ่มซึมซับรสชาติ ทำให้ได้น้ำซุปที่เข้มข้นและรับประทานง่าย

วัตถุดิบ:

  • ปลาเก๋า: 2 กก.
  • เบียร์: 1/2 กระป๋อง
  • มะเขือเทศ: 2 ลูก
  • ตะไคร้: 5 ต้น
  • พริกขี้หนู: 4 เม็ด
  • ผักชีลาว: 20 กรัม
  • ต้นหอม: 5 ต้น
  • หอมแดง: 3 หัว
  • เครื่องปรุงรส: น้ำปลา, เกลือ, ผงชูรส, น้ำมันพืช

วิธีทำปลาเก๋านึ่งเบียร์ง่ายๆ:

  • มะเขือเทศหั่นเป็นชิ้น ตะไคร้ปอกเปลือกส่วนที่แก่ทิ้ง ล้างให้สะอาด ทุบพอแตกแล้วหั่นเป็นท่อน ต้นหอม ผักชีลาว เก็บส่วนที่เสียทิ้ง ล้างให้สะอาด หั่นเป็นท่อน พริกขี้หนูเอาขั้วออก ผ่าครึ่ง หอมแดงปอกเปลือก ล้างให้สะอาดแล้วซอยละเอียด
  • นำปลามาทำความสะอาดเกล็ด เอาเครื่องในและเหงือกออก ล้างด้วยน้ำเกลือเจือจางแล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง สามารถนึ่งทั้งตัวหรือหั่นเป็นท่อน แช่เหล้าขาว 5-7 นาทีเพื่อขจัดกลิ่นคาว
  • จากนั้น วางตะไคร้ครึ่งหนึ่งลงก้นหม้อ วางปลาลงไป ใส่ต้นหอม ผักชีลาว พริก และหอมแดง มะเขือเทศจัดเรียงรอบๆ ส่วนตะไคร้ที่เหลือวางด้านบน แล้วปรุงรสด้วยเกลือ ผงชูรส น้ำปลา น้ำมันพืช ราดเบียร์รอบหม้อ (อย่าเทลงบนปลาโดยตรง)
  • หลังจากนั้น วางหม้อบนเตา เปิดไฟแรงให้เบียร์เดือด แล้วลดไฟอ่อน ปิดฝาและนึ่งประมาณ 30 นาที เมื่อปลาสุก จัดจานหรือรับประทานโดยตรงในหม้อ เมนูปลาคงความหวานตามธรรมชาติ มีกลิ่นเบียร์หอมอ่อนๆ รับประทานคู่กับผักสดหรือขนมจีนก็อร่อยมาก
Cá mú hấp bia không còn mùi tanh
ปลาเก๋านึ่งเบียร์ไร้กลิ่นคาว

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำปลาหมึกนึ่งเบียร์อร่อยหวาน ไม่คาว ทำเองได้ที่บ้าน

4.12. ปลาเก๋าผัดคื่นฉ่าย

คำแนะนำสุดท้ายสำหรับมื้ออาหารของครอบครัวที่น่ารับประทานไม่แพ้กันคือเมนู ปลาเก๋าผัดคื่นฉ่าย เนื้อปลานุ่มหนึบ ยังคงความหวานตามธรรมชาติ ผสมผสานกับคื่นฉ่ายกรอบๆ และหอมใหญ่รสหวานอ่อนๆ สร้างรสชาติที่กลมกลืน รับประทานง่าย เมนูผัดนี้ปรุงรสได้พอดี ไม่เข้มข้นจนเกินไป จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรับประทานอาหารรสอ่อน คุณควรรับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ โรยพริกไทยป่นเล็กน้อย หรือราดซีอิ๊วสองสามหยดเพื่อกระตุ้นความอยากอาหารให้มากยิ่งขึ้น

วัตถุดิบที่ต้องมี:

  • เนื้อปลาเก๋าฟิเลต์ 600 กรัม
  • คื่นฉ่าย 300 กรัม
  • แครอท ½ หัว, กระเทียม 2 กลีบ
  • ขิงสับ 1 ช้อนโต๊ะ, แป้งข้าวโพด 3 ช้อนชา
  • พริกไทยขาว ¼ ช้อนชา, เหล้าขาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • เกลือ, น้ำมันพืช

วิธีทำเมนูปลาจาระเม็ดผัดคื่นฉ่าย มีดังนี้:

  • คื่นฉ่ายหั่นเป็นท่อนพอดีคำ, แครอทหั่นเป็นแว่น, กระเทียมสับละเอียด ปลาล้างสะอาด สะเด็ดน้ำ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
  • จากนั้น คลุกปลาด้วยพริกไทย, ขิงสับ, เหล้าขาว และแป้งข้าวโพด 1 ช้อนชา แล้วทิ้งไว้ 15 นาทีเพื่อให้เข้าเนื้อ
  • ต่อไป ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อนแล้วทอดปลาจนสุก ตักขึ้นพักไว้ เจียวกระเทียมให้หอม ใส่คื่นฉ่าย แครอท ลงไปผัด 2 นาที แล้วใส่ปลาลงไปผัดให้เข้ากัน
  • ผสมแป้งข้าวโพดที่เหลือกับน้ำ 20 มล. เทลงในกระทะ คนให้เข้ากันจนอาหารข้นขึ้น จากนั้น ปิดเตา ตักใส่จานและรับประทานกับข้าวสวยร้อนๆ
Món cá mú xào cần tây ngon khó cưỡng
เมนูปลาเก๋าผัดคื่นฉ่ายอร่อยจนอดใจไม่ไหว

ดูเพิ่มเติม: วิธีทำปลาหมึกผัดหอมใหญ่คื่นฉ่ายรสอร่อย เข้มข้น น่ารับประทาน

5. ข้อควรระวังในการปรุงปลาเก๋าเพื่อให้เมนูอาหารสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

เพื่อให้ได้เมนูจากปลาเก๋าที่อร่อย หอมหวาน คงรสชาติธรรมชาติ และไม่มีกลิ่นคาว คุณต้องใส่ใจกับปัจจัยสำคัญหลายประการ ตั้งแต่การเลือกปลา การเตรียม ไปจนถึงการปรุง

  • ควรเลือกปลาเก๋าที่ยังมีชีวิตอยู่ หรือเพิ่งจับมาใหม่ๆ เพื่อให้เนื้อหวานและแน่น
  • เตรียมปลาอย่างถูกวิธีจะช่วยให้เนื้อปลาหอมขึ้น ลดเมือก และไม่มีกลิ่นคาวที่ไม่พึงประสงค์
  • หมักเครื่องปรุงรสในปริมาณที่พอเหมาะ แค่เกลือ พริกไทย ขิง หรือตะไคร้ ก็เพียงพอที่จะช่วยให้อาหารหอมขึ้น กลบกลิ่นคาว และดึงรสชาติความหวานตามธรรมชาติของปลาออกมา
  • สำหรับเมนูนึ่งหรือย่าง ควรใช้ปลาทั้งตัว หรือหั่นเป็นชิ้นใหญ่เพื่อคงความหวาน ส่วนเมนูตุ๋นหรือผัด สามารถหั่นเป็นชิ้นพอดีคำเพื่อให้ปลาซึมซับเครื่องปรุงรสได้ทั่วถึง
  • เนื้อปลาเก๋าโดยธรรมชาติจะแน่นและหวาน แต่หากปรุงนานเกินไป เนื้อปลาจะแห้งหรือเปื่อยง่าย ดังนั้น เมื่อนึ่ง ตุ๋น หรือย่าง ควรใช้ไฟกลางเพื่อให้ปลาสุกทั่วถึง
  • หากปลายังไม่นำมาปรุง สามารถเก็บไว้ในช่องแช่เย็นได้ 1-2 วัน หากต้องการเก็บนานกว่านั้น ควรแช่แข็งและนำมาละลายน้ำแข็งอย่างช้าๆ

หวังว่าคำแนะนำข้างต้นจะช่วยให้คุณได้คำตอบสำหรับคำถาม “ปลาเก๋าทำอะไรอร่อย” และมีทางเลือกเมนูอร่อยๆ มากมายสำหรับมื้ออาหารของครอบครัวที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น หากคุณต้องการค้นพบเคล็ดลับการทำอาหารและสูตรอาหารอร่อยแปลกใหม่เพิ่มเติม อย่าลืมเข้าชมเว็บไซต์ olasquid.com/blog/ **หรือสำรวจผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแห้งคุณภาพเยี่ยมของเราได้ที่ ร้านค้า OlaSquid เลย!**

Rate this post