หม้อไฟปลาสเตอร์เจียน (Lẩu cá tầm) คือเมนูที่หลายคนชื่นชอบเนื่องจากเนื้อปลามีความแน่น ก้างน้อย รสหวานจากธรรมชาติ และเข้ากันได้ดีกับผักและเครื่องปรุงรสต่างๆ ตามรสนิยมของแต่ละภูมิภาค หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนสามารถดัดแปลงได้หลายรูปแบบ เช่น หม้อไฟรสเปรี้ยวเผ็ด, หม้อไฟหน่อไม้ดอง, หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนสไตล์ภาคเหนือ หรือหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนต้มน้ำหมัก (น้ำมẻ) หากคุณกำลังมองหาเตรียมหม้อไฟแสนอร่อยสำหรับครอบครัวด้วยตัวเอง มาดูวิธีทำอย่างละเอียดในบทความนี้ไปพร้อมกับ Ola Squid กันเลยครับ! หากคุณต้องการความอร่อยเพิ่มเติมด้วยวัตถุดิบอาหารทะเลแห้งคุณภาพสูง สามารถแวะชมสินค้าได้ที่ หน้าร้านค้าของเรา
1. วิธีทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนรสเปรี้ยวเผ็ด
หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนรสเปรี้ยวเผ็ด มีรสชาติที่กลมกล่อมระหว่างความเปรี้ยวละมุนและความเผ็ดเบาๆ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับมื้ออาหารที่ครอบครัวมาอยู่พร้อมหน้ากันในช่วงสุดสัปดาห์
1.1. วัตถุดิบที่ต้องใช้
สำหรับการทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนรสเปรี้ยวเผ็ดที่แสนอร่อย คุณต้องเตรียมวัตถุดิบให้ครบถ้วนดังนี้:
- ปลาสเตอร์เจียน 1 ตัว น้ำหนักประมาณ 1 กก.
- สับปะรด 1 ลูก, มะเขือเทศ 3-4 ลูก
- เห็ดเข็มทองเล็กน้อย, พริกชี้ฟ้าเล็กน้อย
- หอมแดง 1 หัว, กระเทียม 2 กลีบ
- ตะไคร้ 2 ต้น, ข่า 1/2 หัว
- ต้นหอม, ผักชีฝรั่ง (ผักงอ), เส้นขนมจีน
- น้ำมะปี๊ด 5 ช้อนโต๊ะ, ซอสมะเขือเทศ 2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
- น้ำส้มสายชูหมักจากข้าวเล็กน้อย, เครื่องปรุงหม้อไฟต้มยำ 1 ซอง
- น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ, เกลือ 1/2 ช้อนโต๊ะ
- ผงปรุงรส 1 ช้อนชา
- ผักเคียง: ผักบุ้ง, ผักกระเฉด หรือผักอื่นๆ ตามชอบ
1.2 วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลาสเตอร์เจียน: ปลาสเตอร์เจียนที่ซื้อมาต้องนำไส้และเหงือกออก ใช้เกลือและน้ำส้มสายชูเล็กน้อยถูเบาๆ ทั่วตัวปลาประมาณสองสามนาทีเพื่อกำจัดเมือกและลดกลิ่นคาว จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ ต่อมาหั่นปลาเป็นชิ้นหนาประมาณ 2 ข้อนิ้ว เพื่อให้เนื้อปลายังคงความแน่นและหวานขณะนำไปต้ม
ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ:
- มะเขือเทศล้างสะอาด หั่นเป็นชิ้นเสี้ยว ต้นหอมและผักชีฝรั่งล้างสะอาดแล้วหั่นเป็นท่อนเล็กๆ
- ตะไคร้และข่าล้างสะอาดแล้วสับละเอียด สับปะรดปอกเปลือก เอาตาและแกนออก จากนั้นหั่นชิ้นเล็กๆ
- พริกหั่นครึ่ง ส่วนหนึ่งหั่นเป็นแว่นเพื่อเพิ่มรสเผ็ดอ่อนๆ ให้กับน้ำซุป หอมแดงและกระเทียมปอกเปลือกแล้วหั่นสไลด์
- นำมะเขือเทศ, สับปะรด พร้อมด้วยพริก, ข่า และตะไคร้ส่วนหนึ่งใส่เครื่องปั่นให้ละเอียด เพื่อให้น้ำซุปมีรสเปรี้ยวหวานธรรมชาติและมีกลิ่นหอม
ขั้นตอนที่ 3 – ต้มน้ำหม้อไฟ:
- ตั้งหม้อบนเตา ใส่น้ำมันพืชให้ร้อนแล้วเจียวหอมแดง, กระเทียม, ตะไคร้ และข่าให้หอม เมื่อเริ่มได้กลิ่นหอมแล้ว ให้ใส่ส่วนผสมมะเขือเทศและสับปะรดที่ปั่นไว้ลงไปผัดให้เข้ากัน
- เทน้ำเปล่าประมาณ 2 ลิตรลงในหม้อแล้วต้มให้เดือด เมื่อน้ำเริ่มเดือดให้ใส่ปลาสเตอร์เจียนลงไปต้มจนน้ำเดือดอีกครั้ง
- จากนั้นปรุงรสด้วยเครื่องปรุงหม้อไฟต้มยำ, ซอสมะเขือเทศ, น้ำตาล, น้ำมะปี๊ด, น้ำปลา, ผงปรุงรส และเกลือเล็กน้อย
- ต้มต่ออีกสักครู่เพื่อให้ปลาสุกและน้ำซุปเข้มข้น สุดท้ายใส่ต้นหอม, ผักชีฝรั่ง และพริกหั่นแว่นลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม
ขั้นตอนที่ 4 – รับประทาน: หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนรสเปรี้ยวเผ็ดสามารถทานคู่กับเส้นขนมจีน, เห็ดเข็มทอง, ผักบุ้ง หรือผักกระเฉดตามความชอบ น้ำซุปมีรสเปรี้ยวละมุน เผ็ดอ่อนๆ เข้ากันได้ดีกับความหวานธรรมชาติของเนื้อปลาสเตอร์เจียน ทำให้รสชาติมีความน่าดึงดูดใจ ระหว่างทานคุณสามารถจิ้มปลากับน้ำปลาพริกเพื่อให้รสชาติจัดจ้านยิ่งขึ้น
ดูเพิ่มเติม: 8 วิธีการทำหม้อไฟปลาแบบมาตรฐานและง่ายๆ ที่บ้าน
2. วิธีทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนหน่อไม้ดอง
หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนหน่อไม้ดอง มีรสชาติกลมกล่อมและเปรี้ยวอ่อนๆ ชวนรับประทาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบเมนูที่มีรสเปรี้ยวแบบละมุน
2.1. วัตถุดิบ
วัตถุดิบที่ต้องใช้สำหรับทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนหน่อไม้ดองแสนอร่อยมีดังนี้:
- ปลาสเตอร์เจียน ประมาณ 1 กก.
- หน่อไม้ดอง 300 กรัม
- สับปะรด 1/2 ลูก, มะเขือเทศ 2 – 3 ลูก
- ต้นหอม 2 – 3 ต้น, กระเทียม 4 กลีบ
- พริก 1 – 2 เม็ด, ตะไคร้ 2 ต้น
- ขิง 1 หัว, น้ำมะขามเปียก 2 – 3 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องปรุงรส: เกลือ, ผงปรุงรส, น้ำตาล, ผงชูรส และน้ำปลา
2.2. วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมวัตถุดิบ: ปลาสเตอร์เจียนที่ซื้อมาล้างให้สะอาด อาจแช่ในน้ำเกลือเจือจางประมาณ 10 นาทีเพื่อลดกลิ่นคาวแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ หน่อไม้ดองล้างน้ำหลายๆ ครั้ง หากต้องการลดความเปรี้ยวจัด สามารถนำไปลวกน้ำเดือดก่อนได้ มะเขือเทศหั่นเสี้ยว สับปะรดปอกเปลือกแล้วหั่นบางๆ กระเทียมสับละเอียด ตะไคร้และขิงทุบพอแตก ต้นหอมและผักชีล้างสะอาดแล้วพักไว้
ขั้นตอนที่ 2 – ต้มน้ำหม้อไฟ:
- จากนั้นตั้งหม้อบนเตา ใส่น้ำมันพืชให้ร้อนแล้วเจียวกระเทียมและตะไคร้ให้หอม ต่อมาใส่มะเขือเทศลงไปผัดเบาๆ เพื่อให้สีสวยสำหรับน้ำซุป
- เทน้ำเปล่าประมาณ 1.5 – 2 ลิตรลงในหม้อ ต้มให้เดือดแล้วใส่น้ำมะขามเปียก, พริก พร้อมเครื่องปรุงต่างๆ เช่น เกลือ, ผงปรุงรส, น้ำปลา และน้ำตาล เพื่อให้ได้รสเปรี้ยวละมุนและเข้มข้น
- เมื่อน้ำหม้อไฟเดือด ใส่ปลาสเตอร์เจียนและหน่อไม้ดองลงไปต้มอีกประมาณ 5 – 10 นาทีให้ปลาสุกพอดี
ขั้นตอนที่ 3 – รับประทาน: เมื่อหม้อไฟพร้อมแล้ว ให้วางบนเตาพกพาและทานขณะร้อน หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนหน่อไม้ดองเข้ากันได้ดีมากเมื่อทานกับผักจิ้ม, เส้นขนมจีน หรือเส้นหมี่ น้ำซุปเปรี้ยวอ่อนๆ ผสานกับเนื้อปลาสเตอร์เจียนที่นุ่มหวานสร้างรสชาติที่น่าหลงใหลจนยากจะอดใจ
ดูเพิ่มเติม: วิธีทำหม้อไฟหมึกให้รสอร่อยกลมกล่อม: หมึกสด น้ำซุปใสหวาน เพิ่มความพิเศษด้วยการเลือกซื้อ ปลาหมึกแห้งทั้งตัว เกรดพรีเมียมจาก Ola Squid ไปเป็นวัตถุดิบเสริมได้ที่นี่
3. วิธีทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนสไตล์ภาคเหนือ
หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนสไตล์ภาคเหนือ มักจะมีรสชาติที่ละมุนลิ้น มีกลิ่นหอมของผักชีลาวและต้นหอม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของอาหารภาคเหนือ
3.1. วัตถุดิบ
วัตถุดิบที่คุณต้องเตรียมสำหรับเมนูหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนสไตล์ภาคเหนือที่เข้มข้น ประกอบด้วย:
- ปลาสเตอร์เจียน ประมาณ 1 กก.
- กระดูกหมู 500 กรัม
- มะเขือเทศ 3 ลูก, สับปะรด 1/2 ลูก
- ต้นหอม, ผักชีลาว, ผักชีฝรั่ง 100 กรัม
- ข่าสด 1 หัว, ตะไคร้ 3 ต้น
- หอมแดง 2 หัว, กระเทียม 5 กลีบ
- เครื่องปรุงรส: น้ำปลา, ผงปรุงรส, เกลือ, น้ำตาล และผงชูรสเล็กน้อย
3.2. วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมวัตถุดิบ:
- ปลาสเตอร์เจียนล้างสะอาดด้วยน้ำเกลือเจือจาง สามารถใส่น้ำส้มสายชูหรือเหล้าขาวเล็กน้อยเพื่อลดกลิ่นคาว จากนั้นหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
- กระดูกหมูล้างสะอาดแล้วลวกน้ำเดือดเพื่อกำจัดสิ่งสกปรก สับปะรดปอกเปลือก เอาตาออกแล้วหั่นชิ้นเล็ก ส่วนมะเขือเทศล้างสะอาดแล้วหั่นเสี้ยว
- ข่า, ตะไคร้, กระเทียม และหอมแดงปอกเปลือก ทุบพอแตกเพื่อเพิ่มความหอมเวลาต้ม ต้นหอม, ผักชีลาว และผักชีฝรั่งล้างสะอาด แล้วหั่นเป็นท่อน
ขั้นตอนที่ 2 – ต้มน้ำหม้อไฟ:
- ถัดมา ให้นำกระดูกหมูลงหม้อพร้อมน้ำประมาณ 2 ลิตร แล้วเคี่ยวเป็นเวลา 1 – 1.5 ชั่วโมงเพื่อให้ได้น้ำซุปที่หวานละมุน พร้อมกับคอยตักฟองออกเสมอเพื่อให้น้ำซุปใส
- ในระหว่างนั้น ให้เจียวข่า, ตะไคร้, กระเทียม และหอมแดงจนหอม จากนั้นใส่มะเขือเทศลงไปผัดจนนุ่ม แล้วตามด้วยสับปะรดลงไปผัดเบาๆ
- เมื่อน้ำซุปกระดูกเคี่ยวได้ที่แล้ว ให้ใส่ส่วนผสมที่ผัดไว้ลงในหม้อ แล้วปรุงรสด้วยน้ำปลา, เกลือ, ผงปรุงรส, น้ำตาล และผงชูรสเล็กน้อยให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ต้มต่ออีกสักครู่เพื่อให้ส่วนผสมเข้ากัน
ขั้นตอนที่ 3 – รับประทาน: เมื่อทาน ให้นำหม้อน้ำซุปตั้งบนเตาแล้วใส่ปลาสเตอร์เจียนลงไปต้มจนสุก เมนูหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนสไตล์ภาคเหนือมีรสหวานละมุนจากน้ำซุปกระดูก ผสานกับกลิ่นหอมของข่าตะไคร้ และรสเปรี้ยวอ่อนๆ จากสับปะรด เข้ากันได้ดีมากเมื่อทานคู่กับผักสด, เห็ด, เส้นขนมจีน หรือเส้นหมี่
4. วิธีทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนต้มน้ำหมัก (น้ำมẻ)
หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนต้มน้ำหมัก มีรสเปรี้ยวละมุนที่เป็นเอกลักษณ์ ช่วยกระตุ้นต่อมรับรสและทำให้อาหารน่าสนใจยิ่งขึ้น
4.1. วัตถุดิบ
วัตถุดิบที่คุณต้องเตรียมเพื่อทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนต้มน้ำหมักที่มีรสเปรี้ยวละมุนและเข้มข้นมีดังนี้:
- ปลาสเตอร์เจียน 1 ตัว ประมาณ 1 กก.
- ข้าวหมัก (น้ำมẻ) 100 กรัม (เท่ากับถ้วยเล็ก 1/2 ถ้วย)
- ไหลบัว 200 กรัม, หัวปลี 200 กรัม
- ขึ้นฉ่ายฝรั่ง 3 ก้าน, ผักชีฝรั่ง 3 ก้าน
- ตะไคร้ 2 ต้น, กระเทียม 1 หัว
- ใบตะไคร้ 2 ใบ, พริก 3 เม็ด, มะนาว 1 ลูก
- ผักชีฝรั่ง (ผักงอ) 2 ก้าน
4.2. วิธีทำ
ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลาสเตอร์เจียน: ปลาสเตอร์เจียนที่ซื้อมานำไปแช่ในน้ำผสมเกลือและน้ำส้มสายชูประมาณ 3 – 5 นาทีเพื่อกำจัดเมือก ใช้มีดขูดเมือกที่ผิวออก จากนั้นถูด้วยมะนาวอีกครั้งเพื่อลดกลิ่นคาว ต่อมา ผ่าท้องปลา เอาเครื่องในออก ล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมวัตถุดิบอื่นๆ: กระเทียมปอกเปลือกแล้วสับละเอียด ตะไคร้และพริกล้างสะอาด สับละเอียดแล้วผสมกับกระเทียมเพื่อทำเป็นเครื่องปรุงกลิ่นหอม หัวปลี, ไหลบัว และขึ้นฉ่ายล้างสะอาด หั่นเป็นท่อนพอดีคำ ผักชีฝรั่งล้างสะอาด หั่นเล็กๆ เพื่อเพิ่มกลิ่นหอมให้กับน้ำหม้อไฟ
ขั้นตอนที่ 3 – ต้มน้ำหม้อไฟ:
- ตั้งน้ำมันในหม้อให้ร้อน ใส่กระเทียมสับลงไปเจียวให้หอมแล้วใส่ส่วนผสมตะไคร้พริกครึ่งหนึ่งลงไปผัด จากนั้นเทน้ำเปล่าประมาณ 1 ลิตรลงในหม้อ เมื่อน้ำเดือดให้กรองข้าวหมักลงไปเพื่อสร้างรสเปรี้ยวที่เป็นเอกลักษณ์
- ปรุงรสต่อด้วยผงปรุงรส, น้ำตาล และน้ำปลา คนให้เครื่องปรุงเข้ากัน
- เมื่อน้ำหม้อไฟเดือดพล่าน ให้ใส่ปลาสเตอร์เจียน, ใบตะไคร้ และส่วนผสมตะไคร้พริกที่เหลือลงไป ต้มประมาณ 20 – 25 นาทีให้ปลาสุกและรสชาติเข้าเนื้อ
ขั้นตอนที่ 4 – รับประทาน: เมื่อเนื้อปลาสุกนุ่มแล้ว ให้ใส่หัวปลี, ไหลบัว, ขึ้นฉ่าย พร้อมผักชีฝรั่งลงในหม้อ ต้มต่ออีกสักครู่ให้ผักสุกพอดี จากนั้นปรุงรสอีกครั้งให้พอใจแล้วปิดไฟ หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนต้มน้ำหมักมีรสเปรี้ยวละมุน เนื้อปลานุ่มหวาน เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทานคู่กับเส้นขนมจีนและผักสดนานาชนิด หากต้องการความอร่อยแบบกินเล่นเพลินๆ ระหว่างรอหม้อไฟ ลองหา ของว่างปลาหมึกแห้ง ทานไปพลางๆ ก็เข้ากันดีครับ
>>> ดูเมนูอร่อยที่คล้ายกัน: ปลาสเตอร์เจียนทำเมนูอะไรอร่อย? รวมเมนูทำง่ายที่บ้าน
5. วิธีเตรียมปลาสเตอร์เจียนไม่ให้มีกลิ่นคาว
เพื่อให้เมนูหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนแสนอร่อยและไม่มีกลิ่นคาว ควรเตรียมปลาอย่างถูกวิธีตามขั้นตอนดังนี้:
- เอาเครื่องในออก: ปลาสเตอร์เจียนที่ซื้อมาต้องตัดไส้และเหงือกออก รวมทั้งทำความสะอาดเลือดที่ค้างอยู่ในท้องและตลอดแนวกระดูกสันหลัง
- กำจัดเมือก: ใช้เกลือเม็ดหรือน้ำมะนาวถูเบาๆ บนตัวปลาเพื่อเอาเมือกออก นอกจากนี้ คุณยังสามารถลวกปลาผ่านน้ำเดือดเร็วๆ แล้วล้างด้วยน้ำเย็นอีกครั้ง
- หั่นปลาเป็นชิ้น: หลังจากทำความสะอาดแล้ว หั่นปลาเป็นชิ้นพอดีคำ ส่วนหัวปลาสามารถเก็บไว้ต้มน้ำซุปเพื่อให้หม้อไฟหวานธรรมชาติยิ่งขึ้น
6. ข้อควรระวังในการทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียน
เพื่อให้หม้อไฟปลาสเตอร์เจียนอร่อย น้ำซุปใสและได้รสชาติต้นตำรับ ควรคำนึงถึงข้อต่อไปนี้:
- เลือกปลาสด: ควรเลือกปลาสเตอร์เจียนที่ยังเป็นๆ หรือปลาที่มีผิวสดใส หนังเงางาม เหงือกสีชมพู และตาใส เพื่อให้มั่นใจถึงความสดอร่อย
- เตรียมอย่างถูกวิธี: สามารถใช้เกลือเจือจาง เหล้าขาว หรือมะนาวในการล้างปลาเพื่อช่วยลดกลิ่นคาวและกำจัดเมือกที่ผิว
- ใส่ปลาตอนน้ำเดือด: สิ่งนี้ช่วยให้ปลาไม่คาว เนื้อแน่น และทำให้น้ำหม้อไฟคงความใส
- ต้มน้ำซุปด้วยไฟกลาง: ใช้ไฟอ่อนเพื่อให้วัตถุดิบปล่อยรสหวานธรรมชาติออกมา พร้อมทั้งช่วยให้ปลาสุกทั่วถึงโดยไม่เละ
- คอยตักฟองออกเสมอ: กำจัดฟองในระหว่างต้มเพื่อให้น้ำซุปใสและละมุนขึ้น
- อย่าต้มปลานานเกินไป: เวลาที่เหมาะสำหรับการต้มปลาคือประมาณ 8-10 นาทีหลังจากน้ำเดือดเพื่อให้เนื้อปลาหวานและยังคงความหนึบ
- อย่าคนแรงขณะต้ม: หลีกเลี่ยงการคนปลาในหม้อบ่อยเกินไปเพราะจะทำให้ปลาแตกและน้ำซุปขุ่น
- ใส่ผักชีและเครื่องเคียงเป็นอย่างสุดท้าย: ผักอย่างเช่นผักชีฝรั่ง, ผักชี หรือผักอื่นๆ ควรใส่เป็นลำดับสุดท้าย
- ปรุงรสอย่างพอเหมาะ: ค่อยๆ ปรับรสชาติเพื่อให้หม้อไฟไม่เค็มเกินไป สามารถชิมก่อนเสิร์ฟ
7. ปลาสเตอร์เจียนพันธุ์ไหนทำหม้อไฟอร่อยที่สุด?
ปลาสเตอร์เจียนไทยมักถูกยกให้เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการทำหม้อไฟเนื่องจากเนื้อแน่น ก้างน้อย และมีความหวานธรรมชาติ นอกจากนี้ ปลาสเตอร์เจียนรัสเซียก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เหมาะสำหรับมื้อหม้อไฟใหญ่ที่มีคนจำนวนมากเพราะตัวปลาขนาดใหญ่ เวลาเลือกปลา ควรเลือกปลาเป็นหรือสดมากๆ น้ำหนักประมาณ 1.5 – 2 กก. เพื่อให้เนื้อปลาเหนียวนุ่ม หอม และทำให้น้ำหม้อไฟเข้มข้นยิ่งขึ้น
>>> ดูเพิ่มเติม:
- ราคาสเตอร์เจียนวันนี้เท่าไหร่? อัปเดตใหม่ล่าสุด
- ไข่ปลาสเตอร์เจียนมีประโยชน์ไหม? การจำแนก ราคา วิธีทาน และวิธีเก็บรักษา
หวังว่าด้วยคำแนะนำโดยละเอียดข้างต้น คุณจะรู้วิธีทำหม้อไฟปลาสเตอร์เจียนแสนอร่อยและเข้มข้นไว้เลี้ยงครอบครัวและเพื่อนฝูงในช่วงเวลาสังสรรค์ เพียงแค่เลือกปลาสด ปรุงรสให้กลมกล่อม และทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง คุณก็สามารถเนรมิตหม้อไฟแสนอร่อยได้ง่ายๆ ที่บ้าน หากคุณต้องการค้นพบสูตรอาหารอร่อยเพิ่มเติม หรือประสบการณ์เลือกซื้อวัตถุดิบสดใหม่คุณภาพเยี่ยม อย่าลืมแวะมาที่ หน้าแรกของ Ola Squid หรือติดตาม บล็อกของ Ola Squid เพื่ออัปเดตบทความที่เป็นประโยชน์และน่าสนใจมากมายนะครับ

English
Tiếng Việt



