ปลากะพงไม่เพียงแต่เป็นวัตถุดิบที่คุ้นเคยในมื้ออาหารครอบครัวเท่านั้น แต่ยังเป็นที่นิยมเนื่องจากมีรสหวานนุ่ม เนื้อแน่น และมีคุณค่าทางโภชนาการสูง หากคุณกำลังสงสัยว่า ปลากะพงทำอะไรอร่อย บทความนี้จะแนะนำเมนูอาหารน่ารับประทาน ตั้งแต่การปรุงที่เรียบง่ายไปจนถึงซับซ้อน รับรองว่าอร่อยจนยากจะห้ามใจ มา Ola Squid ค้นหารายละเอียดด้านล่างนี้เลย!
1. แนะนำปลากะพงและคุณค่าทางโภชนาการ
ปลากะพง (หรือที่เรียกว่า ปลากะพงขาวเอเชีย) เป็นปลาน้ำกร่อยที่พบมากในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะในเวียดนาม ปลามีลำตัวเรียวยาว สีสันหลากหลายตั้งแต่สีน้ำเงิน น้ำตาล จนถึงสีเหลือง แต่ก่อนมีการจับจากธรรมชาติเป็นหลัก ปัจจุบันปลากะพงมีการเพาะเลี้ยงอย่างแพร่หลายเนื่องจากให้ผลผลิตสูงและมีมูลค่าทางเศรษฐกิจ

ในเวียดนาม ปลากะพงมักอาศัยอยู่ในบริเวณชายฝั่งทะเล ปากแม่น้ำ คลอง และบ่อเลี้ยงกุ้ง โดยเฉพาะในเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแดงและภาคตะวันตกเฉียงใต้ มีสองชนิดที่นิยมคือ ปลากะพงทะเลที่มีหลังสีน้ำตาล ลำตัวและท้องสีเงิน และปลากะพงน้ำกร่อยที่มีหลังสีน้ำตาลอมเหลือง
ปลากะพงอุดมไปด้วยโปรตีนคุณภาพสูง วิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็น เช่น แคลเซียม เหล็ก และโอเมก้า 3 เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพิ่มระบบภูมิคุ้มกัน และปกป้องหัวใจ
2. เคล็ดลับการเลือกซื้อและการเตรียมปลากะพงสดอร่อย
วิธีเลือกปลากะพงสดๆ
เพื่อให้มั่นใจว่าปลากะพงอร่อยและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง เมื่อซื้อคุณควรสังเกตลักษณะดังต่อไปนี้อย่างละเอียด:
- ตาปลาใส สว่าง และโปนเล็กน้อย ไม่ขุ่นมัวหรือยุบเข้าไป แสดงว่าปลายังสด
- เหงือกปลาแดงสด ไม่เปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลหรือเทา แสดงว่าเพิ่งถูกจับหรือเก็บเกี่ยว
- ลำตัวปลาแน่นหนา ผิวหนังมันวาว เกล็ดยึดแน่นและเด้งเมื่อกดเบาๆ
- มีกลิ่นหอมธรรมชาติ ไม่มีกลิ่นเหม็นคาวรุนแรง
นอกจากนี้ หากซื้อปลาเลี้ยง คุณควรสอบถามแหล่งที่มาให้ชัดเจนเพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
เคล็ดลับการเตรียมปลากะพงไม่ให้มีกลิ่นคาว
ปลากะพงสด หากเตรียมไม่ถูกวิธีก็อาจมีกลิ่นคาวได้ เพื่อกำจัดกลิ่นและรักษารสหวานธรรมชาติของเนื้อปลา คุณสามารถทำตามขั้นตอนต่อไปนี้:
- ขั้นตอนที่ 1: อันดับแรก ล้างปลาด้วยน้ำเกลือเจือจางหรือน้ำส้มสายชูประมาณสองสามนาที จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
- ขั้นตอนที่ 2: ใช้ขิง เหล้าขาว หรือมะนาว ถูเบาๆ บนตัวปลาและบริเวณช่องท้อง ช่วยขจัดกลิ่นคาวและแบคทีเรียที่ติดอยู่บนผิว
- ขั้นตอนที่ 3: คุณต้องทำความสะอาดเหงือกและท้องปลาอย่างละเอียด กำจัดเลือดและเครื่องในทั้งหมด เพราะนี่คือสาเหตุหลักที่ทำให้ปลามีกลิ่นเหม็น
- ขั้นตอนที่ 4: เมื่อหั่นปลา ให้ใช้มีดคมและเขียงสะอาด หลีกเลี่ยงการปะปนกลิ่นอาหารอื่น ช่วยให้ปลารักษารสชาติธรรมชาติ
3. ปลากะพงทำอะไรอร่อย?
3.1. ปลากะพงซอสมะกรูด
ปลากะพงซอสมะกรูด กรอบนอกนุ่มใน ผสานกับซอสมะกรูดรสเปรี้ยวหวานอ่อนๆ หอมละมุน และมีรสเผ็ดเล็กน้อยจากพริกไทย เมนูนี้ทั้งสวยงามและอร่อย เหมาะสำหรับทานกับข้าว ทานเปล่าๆ หรือเป็นกับแกล้ม
ส่วนผสม:
- ปลากะพง 1 ตัว ประมาณ 1 กก.
- ส้ม 2 ลูก (คั้นน้ำ)
- ไข่ไก่ 2 ฟอง
- เนย 15 กรัม, แป้งมัน 15 กรัม
- แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม และเกล็ดขนมปัง 100 กรัม
- หัวหอมใหญ่หั่นเต๋า 20 กรัม
- มะนาว 1 ลูก, ขิง, เหล้าขาว
- เครื่องปรุง: เกลือ, น้ำตาล, พริกไทย, ซอสมะเขือเทศ, ซอสพริก, มายองเนส, น้ำมันพืช
วิธีทำปลากะพงซอสมะกรูด:
- ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดปลากะพง ขอดเกล็ด ควักไส้ ใช้เกลือและมะนาวขัดอย่างละเอียดเพื่อกำจัดกลิ่นคาว ล้างด้วยน้ำเย็นแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ แล่เอาแต่เนื้อปลา หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ และโรยพริกไทยเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความหอม
- ขั้นตอนที่ 2: ปอกเปลือกหัวหอมใหญ่และหั่นเต๋า ส้มผ่าครึ่งคั้นน้ำ เอาเมล็ดออก ตอกไข่และตีให้เข้ากัน คลุกปลาแต่ละชิ้นด้วยแป้งข้าวเจ้า จากนั้นจุ่มลงในไข่ แล้วคลุกด้วยเกล็ดขนมปัง จากนั้นจัดเรียงบนจานเตรียมทอด
- ขั้นตอนที่ 3: ตั้งน้ำมันให้ร้อน ใส่ปลาลงไปทอดจนเป็นสีเหลืองทองและกรอบ พลิกให้สุกทั่วทั้งสองด้าน เมื่อปลาได้สีเหลืองสวยงาม ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมันและจัดใส่จาน
- ขั้นตอนที่ 4: ตั้งกระทะให้ร้อนใส่เนย เจียวหัวหอมใหญ่ให้หอม จากนั้นใส่น้ำส้มคั้นลงไปพร้อมน้ำเปล่า 4-5 ช้อน ปรุงรสด้วยเกลือ น้ำตาล พริกไทยให้ได้รสชาติพอดี ผสมแป้งมันกับน้ำแล้วใส่ลงไปเพื่อเพิ่มความข้น เคี่ยวต่ออีกสองสามนาทีจนซอสใสและข้นเล็กน้อยแล้วปิดไฟ ราดซอสมะกรูดลงบนปลาทอดก็เป็นอันเสร็จ

3.2. ปลากะพงเค็มพริกไทย
ปลากะพงเค็มพริกไทย หอมกรุ่น เนื้อนุ่มแต่ไม่เละ หนังแน่นซึมซับรสเค็มหวานกลมกล่อมเข้ากันกับกลิ่นพริกไทยรสเผ็ด เมนูนี้อร่อยที่สุดเมื่อคุณทานร้อนๆ กับข้าวสวย ซึ่งเข้ากันได้อย่างลงตัว
ส่วนผสม
- ปลากะพง 4 ชิ้น (ประมาณ 1 กก.)
- พริกไทยเม็ด 2 ช่อ, ต้นหอม
- หอมแดง 2 หัว, กระเทียม 3 กลีบ, พริกสด 2 เม็ด
- เครื่องปรุง: น้ำปลา, น้ำตาล, เกลือ, ผงชูรส, พริกไทยป่น, น้ำตาลเคี่ยว, น้ำมันพืช
วิธีทำปลากะพงเค็มพริกไทย:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลา: อันดับแรก ทำความสะอาดปลา ขอดเกล็ด ตัดครีบ เหงือก และเครื่องในออก ราดน้ำร้อนบนผิวปลาเบาๆ เพื่อขจัดเมือก ระวังทำความสะอาดส่วนเยื่อดำในท้องปลาให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงกลิ่นคาว จากนั้นหั่นปลาเป็นท่อนหนา 2-3 ซม.
- ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมส่วนผสม: ทุบพริกไทยเม็ดเบาๆ ส่วนหอมแดง กระเทียม และพริกสดสับละเอียด ต้นหอมซอยหรือหั่นเป็นท่อนตามชอบ
- ขั้นตอนที่ 3 – หมักปลา: ใส่ปลาลงในหม้อหรือกระทะ จากนั้นเพิ่ม: หอมกระเทียมสับ, พริก, น้ำตาล 1 ช้อน, น้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาลเคี่ยว 1 ช้อน, ผงชูรส 1/2 ช้อน และน้ำมันพืช 1 ช้อน คลุกเคล้าให้เข้ากันและหมักทิ้งไว้ 10-15 นาทีเพื่อให้ปลาซึมซับรสชาติ
- ขั้นตอนที่ 4 – เคี่ยวปลา: เทน้ำเปล่าประมาณครึ่งถ้วยลงในกระทะแล้วใส่พริกไทยเม็ดลงไป ต้มด้วยไฟแรงจนน้ำเดือด จากนั้นพลิกปลาให้เนื้อปลาแน่น แล้วลดไฟลงเคี่ยวเบาๆ เมื่อน้ำเคี่ยวลดลงครึ่งหนึ่ง ปรุงรสอีกครั้งให้พอดี จากนั้นเร่งไฟแรง เมื่อน้ำเคี่ยวข้นขึ้น ให้โรยพริกไทยป่นและต้นหอม แล้วปิดไฟ

=>> ดูเลย: วิธีทำปลาหมึกเค็มพริกไทยรสเข้มข้น ยิ่งกินยิ่งติดใจ
คุณกำลังมองหาอาหารทะเลแห้งคุณภาพเยี่ยมอยู่ใช่ไหม? ที่ Ola Squid เรามีผลิตภัณฑ์ปลาหมึกแห้งหลากหลายให้คุณเลือก ลองเยี่ยมชมร้านค้าของเราเพื่อพบกับปลาหมึกแห้งแสนอร่อยวันนี้!
3.3. ปลากะพงซอสเปรี้ยวหวาน
ปลากะพงทอดกรอบผสานกับซอสมะขามรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม มีรสเผ็ดเล็กน้อยที่กระตุ้นความอยากอาหาร เนื้อปลานุ่มหวานด้านใน เปลือกนอกกรอบนอก เหมาะสำหรับทานกับข้าวสวยหรือเป็นกับแกล้มที่น่าดึงดูดใจ
ส่วนผสมที่ต้องมี:
- ปลากะพง 400 กรัม
- แป้งข้าวโพด 200 กรัม (หรือแป้งทอดกรอบ)
- กระเทียม 1 หัว, พริกชี้ฟ้า 1 เม็ด
- ต้นหอม 30 กรัม, ผักชี 20 กรัม
- น้ำมะขามเปียก 4 ช้อนโต๊ะ
- เครื่องปรุง: ผงปรุงรส, เกลือ, น้ำตาลทรายแดง, น้ำตาลทราย, น้ำปลา, น้ำมันพืช, ซอสพริก, พริกไทยป่น
วิธีทำปลากะพงซอสเปรี้ยวหวาน:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียม: ทำความสะอาดปลา ควักไส้ เหงือก และครีบออก พักให้สะเด็ดน้ำ ใช้มีดบั้งปลาสองสามครั้งบนตัวปลาเพื่อให้ซึมซับเครื่องปรุงได้ง่ายขึ้น ต้นหอม ผักชีล้างให้สะอาดและซอยละเอียด กระเทียมสับละเอียด พริกแบ่งครึ่ง: ครึ่งหนึ่งสับละเอียด อีกครึ่งหนึ่งหั่นเป็นเส้น
- ขั้นตอนที่ 2 – หมักและคลุกแป้ง: หมักปลาด้วยเกลือ 1 ช้อนชา และพริกไทย 1 ช้อนชา ทาให้ทั่วทั้งสองด้าน คลุกปลาด้วยแป้งข้าวโพด 100 กรัมให้ทั่ว จากนั้นผสมแป้งข้าวโพด 100 กรัมกับน้ำ 3 ช้อน จุ่มปลาลงไปเพื่อสร้างชั้นเคลือบที่จะช่วยให้ทอดกรอบได้นานขึ้น
- ขั้นตอนที่ 3 – ทอดปลา: ตั้งน้ำมันประมาณ 250 มล. ให้ร้อน ใส่ปลาลงไปทอดจนเป็นสีเหลืองทองทั่วทั้งสองด้าน เมื่อปลาทอดกรอบและมีสีสวย ตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ขั้นตอนที่ 4 – ทำซอสเปรี้ยวหวาน: ใส่ส่วนผสมลงในกระทะ ได้แก่ น้ำตาลทรายแดง 4 ช้อน, ซอสพริก 3 ช้อน, น้ำมะขามเปียก 4 ช้อน แล้วคนให้ละลาย เมื่อส่วนผสมเดือด ใส่กระเทียมและพริกสับลงไปเจียวให้หอม จากนั้นเพิ่มผงปรุงรส 1 ช้อน และน้ำปลา 1 ช้อน เคี่ยวจนซอสข้นขึ้น แล้วใส่ปลาลงไปผัดเบาๆ สองสามนาทีเพื่อให้ปลาซึมซับรสชาติ

=>> อ่านเพิ่มเติม: เปิดเผยวิธีทำปลาหมึกผัดเปรี้ยวหวานง่ายๆ แต่อร่อยน่ารับประทาน
3.4. ปลากะพงนึ่งเต้าเจี้ยว
ส่วนผสมที่ต้องมี:
- ปลากะพง 1 ตัว
- มะเขือเทศ: 1 ลูก
- หอมหัวใหญ่: ½ หัว
- เห็ดหูหนู: 3 ดอก
- เห็ดหอม: 3 ดอก
- วุ้นเส้น: 1 ก้อน
- แผ่นปอเปี๊ยะ, ผักกาดหอมสำหรับทานคู่
- เครื่องปรุง: เกลือ, พริกไทย, น้ำตาล, เนยถั่ว, ซอสเต้าเจี้ยว, น้ำส้มสายชูข้าว, ผงปรุงรส, ผงชูรส, กระเทียมสับ, พริกสับ
วิธีทำปลากะพงนึ่งเต้าเจี้ยวโดยละเอียด:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียม: ทำความสะอาดปลากะพง จากนั้นหมักด้วยพริกไทย, เกลือ, ผงชูรส และซอสเต้าเจี้ยว ทาให้ทั่วทั้งด้านในและด้านนอกเพื่อให้ปลาซึมซับรสชาติ เห็ดหูหนูหั่นเป็นชิ้น เห็ดหอมผ่าครึ่ง หอมหัวใหญ่หั่นเป็นเสี้ยว แช่วุ้นเส้นให้นิ่มแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
- ขั้นตอนที่ 2 – ทำซอสเต้าเจี้ยว: ตั้งกระทะให้ร้อน ใส่เนยถั่ว, น้ำตาล, น้ำส้มสายชูข้าว และซอสเต้าเจี้ยว คนจนส่วนผสมเดือดเบาๆ แล้วปิดไฟ เมื่อซอสเย็นลง ให้เพิ่มกระเทียมสับและพริกสับเพื่อเพิ่มรสชาติ
- ขั้นตอนที่ 3 – นึ่งปลา: วางวุ้นเส้นและเห็ดหูหนูรองจาน วางปลาไว้ด้านบน แล้วจัดวางหอมหัวใหญ่, มะเขือเทศ และเห็ดหอมรอบๆ ผสมน้ำ 2 ช้อนโต๊ะกับซอสเต้าเจี้ยว 2 ช้อนโต๊ะ ราดให้ทั่วปลาแล้วนำไปนึ่งประมาณ 20 นาทีจนปลาสุกพอดี
- ขั้นตอนที่ 4 – เพลิดเพลิน: ปลากะพงนึ่งเต้าเจี้ยวนุ่มหวาน ซึมซับซอสเต้าเจี้ยวที่หอมมันเล็กน้อยและกลิ่นหอมของเนยถั่ว เมื่อทานคู่กับวุ้นเส้น, ผักสด หรือแผ่นปอเปี๊ยะ จะยิ่งกลมกล่อม ทานกับข้าวอร่อยและทานง่ายมาก

3.5. ปลากะพงทอดกรอบ
ส่วนผสม
- ปลากะพง: 1 ตัว
- แป้งสาลี: 200 กรัม
- แป้งข้าวโพด: 160 กรัม
- กุ้งสด: 50 กรัม
- ไข่ไก่: 1 ฟอง
- ซอสมะเขือเทศ: 20 กรัม
- หัวหอมใหญ่, ต้นหอม: อย่างละ 20 กรัม
- น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล, น้ำผึ้ง: อย่างละ 1 ช้อนโต๊ะ
- เหล้าจีน (Shaoxing): 10 มล.
- ลูกพลับจีน Haw: 5 กรัม
- เครื่องปรุง: เกลือ, น้ำตาล, น้ำมันพืช
วิธีทำปลากะพงทอดกรอบ
- ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดปลา ขอดเกล็ด ควักไส้ และเอาเลือดบริเวณสันหลังออก ถูด้วยมะนาวหรือเหล้า/น้ำส้มสายชูเพื่อลดกลิ่นคาว จากนั้นล้างอีกครั้งแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ บั้งเบาๆ ตามตัวปลาเพื่อให้แป้งซึมซับได้ง่ายขึ้นและทอดได้กรอบ หอมหัวใหญ่สับละเอียด ต้นหอมหั่นเป็นท่อน กุ้งปอกเปลือก ทำความสะอาดและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ
- ขั้นตอนที่ 2: ถัดไป ผสมแป้งสาลี, แป้งข้าวโพด 150 กรัม, ไข่, เกลือ และน้ำ 500 มล. จนส่วนผสมเนียน ไม่เป็นก้อน จับหางปลา จุ่มให้ทั่วทั้งสองด้านในส่วนผสมแป้งเพื่อให้แป้งเคลือบอย่างสม่ำเสมอ
- ขั้นตอนที่ 3: ตั้งน้ำมันให้ร้อน ค่อยๆ ใส่ปลาลงในกระทะแล้วทอดจนเหลืองทองทั้งสองด้าน ตักขึ้นพักไว้ 1 นาที จากนั้นเพิ่มไฟและทอดอีกครั้งเพื่อให้ปลากรอบนอกนุ่มใน
- ขั้นตอนที่ 4: ละลายแป้งข้าวโพด 10 กรัมกับน้ำ จากนั้นเจียวหัวหอมใหญ่กับน้ำมันเล็กน้อย เพิ่มซอสมะเขือเทศ, ต้นหอม และเหล้าจีน เติมน้ำ ใส่ลูกพลับจีน Haw, เกลือ, น้ำตาล, น้ำผึ้ง และเคี่ยวจนหอม กรองกากออก ใส่กุ้งและน้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิลลงไปปรุง 2 นาที จากนั้นเพิ่มแป้งข้าวโพดเพื่อเพิ่มความข้น
- ขั้นตอนที่ 5: จัดปลาใส่จาน ราดซอสน้ำผึ้งบนตัวปลาและตกแต่งด้วยต้นหอมหรือผักชี ปลาทอดกรอบ เนื้อหวานเบาๆ ผสานกับซอสน้ำผึ้งเข้มข้นที่น่ารับประทานมาก

=>> อ่านเลย: แนะนำ 2 วิธีทำปลาหมึกทอดกรอบ ปลาหมึกชุบแป้งทอดอร่อยจนติดใจ
3.6. ปลากะพงซอสเสาวรส
อีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับมื้ออาหารครอบครัวที่คุณไม่ควรพลาดคือเมนู ปลากะพงซอสเสาวรส ปลากะพงทอดกรอบนอก เนื้อในหวานมัน ผสมผสานกับซอสเสาวรสรสเปรี้ยวหวานสดชื่น ทำให้เมนูนี้มีรสชาติเข้มข้นและไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย
ส่วนผสมประกอบด้วย:
- ปลากะพง: 1.5 กก.
- เสาวรส: 3 ลูก
- เครื่องปรุง: กระเทียม, หอมแดง, พริกขี้หนู, สะระแหน่, แป้งทอดกรอบ, น้ำมันหอย, ซอสพริก, น้ำตาล, เกลือ, ผงปรุงรส, ผงชูรส, น้ำมันพืช
วิธีทำปลากะพงซอสเสาวรส:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลา: คุณต้องทำความสะอาดปลา ขอดเกล็ด ควักเหงือก ครีบ และเครื่องในออก ล้างปลาด้วยเกลือเพื่อขจัดเมือกและกลิ่นคาว จากนั้นล้างด้วยน้ำสะอาดแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ ผ่าครึ่งตัวปลาและบั้งเบาๆ สองสามครั้งเพื่อให้ปลาซึมซับเครื่องปรุงและทอดได้กรอบเป็นสีเหลืองทอง
- ขั้นตอนที่ 2 – ทอดปลา: จากนั้น โรยแป้งทอดกรอบบนตัวปลาและคลุกให้ทั่ว ตั้งน้ำมันให้ร้อนแล้วทอดปลาในน้ำมันท่วม 7-10 นาทีต่อด้านจนเป็นสีเหลืองทองและกรอบ จากนั้นตักขึ้นพักให้สะเด็ดน้ำมัน
- ขั้นตอนที่ 3 – ทำซอสเสาวรส: ถัดไป ตักเนื้อเสาวรสออกมา กรองผ่านกระชอนเพื่อเก็บน้ำเสาวรส จากนั้นเจือจางด้วยน้ำอุ่น 200 มล. ผสมกับน้ำตาล, เกลือ, ผงชูรส, ผงปรุงรส, น้ำมันหอย และซอสพริก เจียวกระเทียมและหอมแดงให้หอม จากนั้นใส่ส่วนผสมซอสลงไปเคี่ยวจนเดือดเบาๆ
- ขั้นตอนที่ 4 – ราดซอสปลา: ใส่ปลาที่ทอดแล้วลงในกระทะซอส ราดน้ำเสาวรสให้ทั่วตัวปลาและเคี่ยวต่ออีก 5-7 นาทีเพื่อให้ปลาซึมซับรสชาติ ปิดไฟและตกแต่งด้วยสะระแหน่เล็กน้อย

3.7. ปลากะพงต้มยำ
ส่วนผสม
- ปลากะพง: 1 ตัว (ประมาณ 1.2 กก.)
- หน่อไม้ดอง: 400 กรัม
- ต้นหอม
- เครื่องปรุง: เกลือ, น้ำตาล, ผงชูรส
วิธีทำต้มยำปลากะพงมีดังนี้:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลา: ทำความสะอาดปลา ขอดเกล็ด ควักเครื่องในและเอาเลือดบริเวณสันหลังออกเพื่อขจัดกลิ่นคาว ถูเกลือเบาๆ บนตัวปลาแล้วล้างน้ำ 2-3 ครั้งให้สะอาด จากนั้นหั่นปลาเป็นท่อนพอดีคำ ประมาณ 2 ข้อนิ้ว
- ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมหน่อไม้และส่วนผสมอื่นๆ: จากนั้นล้างหน่อไม้ดอง ต้ม 10-15 นาทีเพื่อลดความเปรี้ยว จากนั้นล้างด้วยน้ำอีกครั้งแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ หั่นหน่อไม้เป็นแผ่นพอดีคำ หากใช้หน่อไม้ดองสำเร็จรูป เพียงแค่ล้างสองสามครั้งให้สะอาด ต้นหอมตัดราก ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นท่อน
- ขั้นตอนที่ 3 – ต้มยำ: ถัดไป ต้มน้ำประมาณ 4 ลิตรให้เดือด ใส่ปลาลงไปต้ม 5 นาทีจนปลาสุก จากนั้นปรุงรสด้วยเกลือ, น้ำตาล, ผงชูรสให้ได้รสชาติพอดี ระวังอย่าให้เค็มเกินไป แล้วใส่หน่อไม้ดองลงไปต้มต่ออีก 2 นาที สุดท้ายใส่ต้นหอมแล้วปิดไฟ
- ขั้นตอนที่ 4 – ผลิตภัณฑ์: ต้มยำปลากะพงมีเนื้อปลาที่นุ่มหวาน หน่อไม้กรอบเล็กน้อย ผสมผสานในน้ำซุปที่เปรี้ยวสดชื่นและเข้มข้น เมนูต้มยำนี้อร่อยที่สุดเมื่อทานร้อนๆ จิ้มกับน้ำปลาพริก ทานกับข้าวสวยหรือขนมจีนก็เข้ากันดี

3.8. ปลากะพงย่าง
ส่วนผสม
- ปลากะพง: 1 ตัว
- วุ้นเส้น (เส้นหมี่): 50 กรัม
- เห็ดหอม: 2 กรัม
- หัวหอมใหญ่, ต้นหอม, ขึ้นฉ่าย
- ขิง, กระเทียมสับ, หอมแดงสับ
- เครื่องปรุง: เกลือ, น้ำตาล, ผงปรุงรส, พริกไทยป่น, น้ำปลา
วิธีทำปลากะพงย่างฟอยล์:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลา: ล้างปลาให้สะอาด ขัดเบาๆ ด้วยมะนาวเพื่อขจัดเมือก บั้งสองสามครั้งบนตัวปลาเพื่อให้ปลาซึมซับเครื่องปรุงเมื่อย่าง
- ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมส่วนผสม: แช่เห็ดหอม 2-3 ชั่วโมงให้นิ่มแล้วผ่าครึ่ง แช่วุ้นเส้นในน้ำอุ่นประมาณ 15 นาที จากนั้นหั่นเป็นท่อน 5 ซม. หัวหอมใหญ่หั่นบาง ขิงหั่นแว่น; ขึ้นฉ่ายและต้นหอมหั่นเป็นท่อนหรือซอยละเอียด
- ขั้นตอนที่ 3 – หมักและห่อปลา: วางฟอยล์อลูมิเนียม แล้ววางปลาลงไป และยัดขิงส่วนหนึ่งใส่ท้องปลาเพื่อลดกลิ่นคาว ส่วนที่เหลือจัดวางบนปลาพร้อมต้นหอม, ขึ้นฉ่าย, หัวหอมใหญ่, เห็ดหอม, วุ้นเส้น, หอมแดงสับ และกระเทียมสับ ปรุงรสปลาด้วยเกลือ, น้ำตาล, ผงปรุงรส, พริกไทย และน้ำปลาเล็กน้อย จากนั้นทาให้ทั่ว ห่อฟอยล์ให้แน่นเพื่อกักเก็บไอน้ำเมื่อย่าง
- ขั้นตอนที่ 4 – ย่างปลา: ย่างที่อุณหภูมิ 180°C ประมาณ 20 นาทีจนปลาสุกนุ่มและมีกลิ่นหอม เปิดฟอยล์ ตกแต่งและเพลิดเพลิน ปลากะพงย่างฟอยล์หอมกรุ่น เนื้อนุ่มหวานและซึมซับเครื่องปรุง ทานกับข้าวสวยหรือห่อผักสดก็อร่อยมาก

3.9. หม้อไฟปลากะพง
ส่วนผสม
- ปลากะพง: 1 กก.
- ผักบุ้ง, ผักกระเฉด, ดอกบัว, ดอกแค
- มะเขือเทศเชอรี่: 100 กรัม
- ลูกพลับ 5 ลูก, สับปะรด ½ ลูก
- ถั่วฝักยาว: 50 กรัม
- ตะไคร้, หอมแดง, ผักชีฝรั่ง, ผักชี
- ขนมจีน: 1 กก.
- ซอสมะเขือเทศ, ซอสพริก, พริกป่น
- น้ำมันพืชและเครื่องปรุงต่างๆ: เกลือ, น้ำตาล, ผงชูรส, ผงปรุงรส
วิธีทำหม้อไฟปลากะพงรสเปรี้ยวเผ็ด
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลา: ทำความสะอาดปลา ขอดเกล็ด ควักเหงือก ครีบ และเครื่องในออก ถูเกลือเพื่อขจัดเมือกแล้วล้างหลายๆ ครั้งให้สะอาด หั่นปลาเป็นท่อนยาวประมาณสองข้อและพักให้สะเด็ดน้ำ
- ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมผักและส่วนผสม: ทุบตะไคร้ สับละเอียด; หอมแดงสับละเอียด คั้นน้ำจากลูกพลับ เอาเมล็ดออกเพื่อไม่ให้มีรสขม ปอกเปลือกสับปะรด หั่นเป็นแว่น ผักบุ้ง, ผักกระเฉด เด็ดทำความสะอาด ล้างให้ดีแล้วหั่นเป็นท่อน ดอกบัวปอกเปลือก หั่นเป็นท่อน ดอกแคแช่น้ำเกลือเจือจางแล้วล้างอีกครั้ง ส่วนถั่วฝักยาวหั่นเฉียง มะเขือเทศล้างสะอาดปล่อยไว้ทั้งลูก
- ขั้นตอนที่ 3 – ต้มน้ำซุปหม้อไฟ:
- จากนั้น เจียวหอมแดงและตะไคร้ในน้ำมันร้อนให้หอม แล้วใส่พริกป่น, ซอสมะเขือเทศ, ซอสพริกลงในหม้อเพื่อสร้างสี แล้วผัดกับสับปะรด ปรุงรสด้วยน้ำตาล, เกลือ, ผงชูรส และผงปรุงรส
- ถัดไป เทน้ำ 1.5 ลิตรลงในหม้อ ต้มให้เดือดและปรับรสชาติให้พอดี
- เมื่อน้ำเดือดอีกครั้ง ใส่ลูกพลับเพื่อสร้างรสเปรี้ยวสดชื่น จากนั้นใส่ปลาและถั่วฝักยาวลงไปต้มจนปลาสุก จากนั้นตักปลาออกมาพักไว้ ลดไฟลง เพิ่มมะเขือเทศ, ผักชีฝรั่ง และผักชีลงในหม้อ
- ขั้นตอนที่ 4 – เพลิดเพลิน: จัดขนมจีนใส่ชาม ใส่ปลาและผักต่างๆ ที่ลวกแล้ว ราดน้ำซุปหม้อไฟร้อนๆ ก็พร้อมเสิร์ฟทันที หม้อไฟปลากะพงเสร็จสมบูรณ์ด้วยน้ำซุปที่เปรี้ยวหวานเผ็ดกลมกล่อม เนื้อปลานุ่มหวาน ผักสดกรอบ ทานคู่กับน้ำปลาพริกก็อร่อยลงตัวยิ่งกว่าที่เคย

3.10. ปลากะพงเคี่ยวสับปะรด
ปลากะพงเคี่ยวสับปะรด มีรสเปรี้ยวหวานกลมกล่อม เนื้อปลานุ่มแน่น ผสมผสานกับกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ของสับปะรด เมนูนี้ทำง่ายแต่อร่อยเข้ากับข้าวสวยได้ดี เหมาะสำหรับมื้ออาหารครอบครัว
ส่วนผสมประกอบด้วย:
- ปลากะพง: 1 ตัว
- สับปะรด (ต้นหอม): 200 กรัม
- ต้นหอม: 3 ต้น
- กระเทียม: 2 กลีบ
- พริกเผ็ด (ตามชอบ)
- เครื่องปรุง: น้ำมันพืช, น้ำปลา, เกลือเม็ด, น้ำตาล, ผงชูรส, น้ำตาลเคี่ยว
วิธีทำปลากะพงเคี่ยวสับปะรดโดยละเอียดมีดังนี้:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมส่วนผสม: อันดับแรก ทำความสะอาดปลา ควักไส้ออกและล้างให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นท่อนหนาประมาณ 2 ซม. ปอกเปลือกสับปะรด เอาตาออกและหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ต้นหอมหั่นเป็นท่อนเล็ก กระเทียมทุบ พริกหั่นแว่นเพื่อเพิ่มรสเผ็ดตามชอบ
- ขั้นตอนที่ 2 – ผัดสับปะรด: จากนั้น ตั้งหม้อให้ร้อนด้วยน้ำมัน 3 ช้อนโต๊ะ เจียวกระเทียมให้หอมแล้วใส่สับปะรดลงไปผัด ปรุงรสด้วยน้ำตาล, ผงชูรส, เกลือเม็ด และน้ำตาลเคี่ยว คนให้เข้ากันแล้วผัดอีกสองสามนาทีเพื่อให้สับปะรดซึมซับรสชาติและมีสีสวย
- ขั้นตอนที่ 3 – เคี่ยวปลา: ถัดไป ใส่ปลาลงในหม้อสับปะรด คลุกเบาๆ ให้ปลาเคลือบเครื่องปรุงให้ทั่ว เพิ่มน้ำปลาและน้ำตาล คนเบาๆ จากนั้นเทน้ำเปล่าประมาณ 150 มล. ลงไป ต้มด้วยไฟกลางจนปลาสุกและน้ำเคี่ยวข้นขึ้น สุดท้ายใส่ต้นหอมและพริก แล้วปิดไฟ

3.11. ปลากะพงทอดน้ำปลา
ส่วนผสม
- ปลากะพง: 1 กก.
- แป้งทอดกรอบ: 500 กรัม
- ต้นหอม: 20 กรัม
- หอมแดง, กระเทียม: อย่างละ 1 หัว
- พริก: 2 เม็ด
- น้ำมันพืช: 100 มล.
- เครื่องปรุง: เกลือ, พริกไทย, น้ำปลา, น้ำตาล
วิธีทำปลากะพงทอดน้ำปลา
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมและหมักปลา: ล้างปลากะพงให้สะอาด ขัดด้วยมะนาวเบาๆ เพื่อขจัดเมือก พักให้สะเด็ดน้ำ หั่นปลาเป็นแว่นหนาประมาณ 3 ซม. หมักด้วยเกลือพริกไทย จากนั้นคลุกกับแป้งทอดกรอบให้ปลาเคลือบแป้งอย่างสม่ำเสมอ
- ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมส่วนผสมอื่นๆ: ต้นหอมหั่นเป็นท่อนเล็ก หอมแดงปอกเปลือกสับละเอียด กระเทียมและพริกสับละเอียด ผสมน้ำซอสประกอบด้วยน้ำปลา 2 ช้อนโต๊ะ, น้ำตาล 1.5 ช้อนโต๊ะ, น้ำเปล่า 2 ช้อนโต๊ะ และพริกไทย 1/2 ช้อนชา คนให้เข้ากัน
- ขั้นตอนที่ 3 – ทอดปลา: ถัดไป ตั้งน้ำมันในกระทะให้ร้อน ทอดปลาด้วยไฟกลางจนเป็นสีเหลืองทองและกรอบทั้งสองด้าน จากนั้นตักขึ้น ใช้กระทะเดิม ใส่น้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะเจียวหอมแดง, กระเทียม และพริกสับให้หอม ใส่ซอสน้ำปลาลงไป ต้มให้เดือดเบาๆ ใส่ปลาลงในกระทะ คลุกเคล้าให้เข้ากันเพื่อให้ปลาซึมซับซอส สุดท้ายโรยต้นหอมแล้วปิดไฟ
- ขั้นตอนที่ 4 – ผลิตภัณฑ์: ปลากะพงทอดเหลืองกรอบ เนื้อนุ่มหวาน ผสมผสานกับซอสน้ำปลาเข้มข้น หอมกรุ่น เมนูนี้อร่อยมากเมื่อทานกับข้าวสวยและผักสด เช่น ผักกาดหอม, แตงกวา หรือมะเขือเทศ

3.13. แกงจืดปลากะพง
ส่วนผสมประกอบด้วย:
- ปลากะพง: 600 กรัม
- มะเขือเทศ: 250 กรัม
- ต้นหอม: 50 กรัม
- เครื่องปรุง: น้ำมันพืช, น้ำปลา, เกลือ, น้ำตาล, ผงชูรส, ผงปรุงรส
วิธีทำแกงจืดปลากะพง:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมส่วนผสม: หั่นปลากะพงเป็นชิ้นพอดีคำ ล้างให้สะอาดและพักให้สะเด็ดน้ำ หมักปลาด้วยเกลือพริกไทยเล็กน้อยประมาณ 10-15 นาที มะเขือเทศหั่นแว่น ต้นหอมหั่นเป็นท่อน
- ขั้นตอนที่ 2 – ต้มแกง: เจียวหอมกับน้ำมันในหม้อให้หอม ใส่มะเขือเทศลงไปผัดเบาๆ เติมน้ำประมาณ 2/3 หม้อ ต้มให้เดือดแล้วใส่ปลาลงไป ปรุงรสตามชอบ ระวังอย่าให้เค็มเกินไปเพราะปลาหมักเกลือไว้แล้ว ต้มต่ออีกประมาณ 1 นาที โรยต้นหอมแล้วปิดไฟ
- ขั้นตอนที่ 3 – ผลิตภัณฑ์: แกงจืดปลากะพงร้อนๆ เนื้อปลานุ่มหวานตามธรรมชาติ ผสมผสานกับรสเปรี้ยวอมหวานของมะเขือเทศและกลิ่นหอมจากต้นหอม เมนูนี้สมบูรณ์แบบเมื่อทานกับข้าวสวยหรือขนมจีน เพิ่มน้ำปลาพริกเผ็ดๆ จะยิ่งเพิ่มรสชาติอร่อย

3.13. ปลากะพงนึ่งซีอิ๊ว
ส่วนผสมที่ต้องเตรียมประกอบด้วย:
- ปลากะพง: 800 กรัม
- ขิง 4 แว่น, กระเทียม 2 กลีบ
- พริก, ผักชีลาว
- ผักกาดกวางตุ้ง 10 ต้น, ต้นหอม 6 ต้น
- เห็ดหูหนู: 3 ดอก (ตามชอบ)
- ซีอิ๊ว: 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำ: 1 ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันหอย: ½ ช้อนโต๊ะ
- น้ำมันงา: ⅓ ช้อนโต๊ะ
- น้ำตาล: ½ ช้อนโต๊ะ
- เกลือ, น้ำมันพืช
วิธีทำปลากะพงนึ่งซีอิ๊วตามขั้นตอนดังนี้:
- ขั้นตอนที่ 1: ล้างปลาให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ปอกเปลือกขิง หั่นเป็นแว่น; กระเทียมและพริกผ่าครึ่ง ต้นหอมตัดส่วนหัวออก ผักกาดกวางตุ้งล้างให้สะอาด ตัดส่วนโคนแข็งทิ้ง เห็ดหูหนูแช่น้ำให้นิ่มหากใช้ ผักชีลาวล้างให้สะอาด
- ขั้นตอนที่ 2: หมักและเตรียมซอส: วางปลาบนต้นหอมบนกระดาษไข ราดซีอิ๊วให้ทั่วปลา จัดวางผักชีลาว, เห็ดหูหนู, ขิง, กระเทียม และพริกบนปลา ห่อด้วยกระดาษไขและหมักทิ้งไว้ 30 นาที ลวกผักกาดกวางตุ้งในน้ำเกลือเดือดประมาณ 5 นาที จากนั้นแช่น้ำเย็นแล้วพักให้สะเด็ดน้ำ
- ขั้นตอนที่ 3: ผสมซอสซีอิ๊วโดยการผสมซีอิ๊ว, น้ำมันหอย, น้ำมันงา, น้ำ และน้ำตาล ต้มให้เดือดจนน้ำตาลละลายหมด ปิดไฟ
- ขั้นตอนที่ 4: ต้มน้ำในหม้อนึ่งให้เดือด วางปลาลงไปนึ่งประมาณ 30 นาที ผักกาดกวางตุ้งผ่าครึ่ง จัดใส่จาน วางปลาไว้ด้านบนและราดซอสซีอิ๊วให้ทั่ว ตกแต่งด้วยต้นหอมและพริกตามชอบ ปลากะพงนึ่งซีอิ๊วหอมอร่อย เนื้อนุ่มหวาน ผสมผสานกับรสเค็มหวานของซอสและผักกาดกวางตุ้งกรอบ ทั้งสดชื่นและเข้มข้น

3.14. ปลากะพงเคี่ยวมะเขือเทศ
ส่วนผสม
- ปลากะพง: 1 กก. (1 ตัว)
- มะเขือเทศเชอรี่: 200 กรัม
- ต้นหอม: 1 ต้น
- หอมหัวใหญ่: ½ หัว
- พริก: 2 เม็ด
- น้ำปลา, น้ำตาล, เกลือ
วิธีทำ
- ขั้นตอนที่ 1: ทำความสะอาดปลา ขอดเกล็ด ควักเหงือก ครีบ ไส้ ล้างน้ำแล้วหั่นเป็นท่อนพอดีคำ มะเขือเทศล้างให้สะอาดหลังจากแช่น้ำเกลือเจือจาง หอมหัวใหญ่หั่นแว่น ต้นหอมหั่นท่อน พริกล้างสะอาดพักให้สะเด็ดน้ำ
- ขั้นตอนที่ 2: เคี่ยวน้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะบนไฟกลางจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองคาราเมล ถัดไป ใส่เครื่องปรุงน้ำปลา, พริก ลงในน้ำตาลเคี่ยว เติมปลา, น้ำ 200 มล., มะเขือเทศ และหอมหัวใหญ่ เคี่ยวด้วยไฟอ่อนประมาณ 20 นาทีเพื่อให้ปลาซึมซับเครื่องปรุงและสุกทั่วถึง
- ขั้นตอนที่ 3: เมื่อน้ำเคี่ยวข้นขึ้น ปรุงรสให้พอดี เติมต้นหอมแล้วปิดไฟ ปลากะพงเคี่ยวมะเขือเทศร้อนๆ เนื้อนุ่มหวานซึมซับเครื่องปรุงอย่างทั่วถึง ผสมผสานกับรสเปรี้ยวอ่อนๆ ของมะเขือเทศ สร้างสรรค์เป็นเมนูที่น่ารับประทาน หอมกรุ่น สมบูรณ์แบบสำหรับมื้ออาหารครอบครัว

4. เมนูปะพงพิเศษและไม่เหมือนใครอื่นๆ
4.1. ปลากะพงผัดวุ้นเส้น
ส่วนผสมที่ต้องมีในการทำเมนูปะพงผัดวุ้นเส้นประกอบด้วย:
- เนื้อปลากะพงแล่: 320 กรัม
- วุ้นเส้นแห้ง: 1 กำมือ
- ต้นหอม, หอมหัวใหญ่
- กระเทียม, น้ำปลา, น้ำตาล, ผงขมิ้น
วิธีทำโดยละเอียด:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมและหมักปลา: ล้างปลากะพงให้สะอาดแล้วหั่นเป็นลูกเต๋าพอดีคำ หมักด้วยน้ำปลา, น้ำตาล และผงขมิ้นประมาณ 10-15 นาที แช่วุ้นเส้นในน้ำอุ่นให้นิ่ม; หากใช้แบบแข็งสไตล์เกาหลี ควรลวกก่อน
- ขั้นตอนที่ 2 – ผัดปลาและวุ้นเส้น: ถัดไป ตั้งน้ำมัน 1 ช้อนโต๊ะบนกระทะ เจียวกระเทียมและหอมหัวใหญ่ให้หอม ใส่ปลาลงไปผัดอย่างรวดเร็วด้วยไฟแรงให้เนื้อปลาแน่น จากนั้นใส่วุ้นเส้นและน้ำร้อน 2 ทัพพี ปิดฝา ลดไฟกลางเพื่อให้ปลาและวุ้นเส้นสุกทั่วถึง
- ขั้นตอนที่ 3 – ทำให้เสร็จสมบูรณ์: เมื่อน้ำใกล้แห้ง ใส่ต้นหอมหั่นท่อนลงไป คนเบาๆ เพื่อไม่ให้ปลาเละ เมื่อส่วนผสมแห้งแล้วปิดไฟและทานร้อนๆ กับซีอิ๊วผสมพริกจะอร่อยมาก

4.2. ยำปลากะพง
ส่วนผสมประกอบด้วย:
- เนื้อปลากะพงแล่: 800 กรัม
- ขึ้นฉ่าย: 0.5 กก. (เลือกก้านใหญ่)
- หอมหัวใหญ่: 2 หัว
- งาขาวคั่ว, มะนาว, น้ำตาล, เกลือ
- วาซาบิ, เกลือพริกไทย
วิธีทำมีดังนี้:
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลา: ล้างเนื้อปลาให้สะอาด หั่นเป็นแว่นพอดีคำ หมักเบาๆ ด้วยมะนาว, เกลือ, พริกไทย และน้ำตาล
- ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมผัก: แยกขึ้นฉ่ายออก หั่นเป็นชิ้นเล็ก หอมหัวใหญ่ซอยบาง หมักด้วยมะนาวและน้ำตาลพอเหมาะ
- ขั้นตอนที่ 3 – ยำ: คลุกเคล้าปลาเบาๆ กับผัก โรยงาขาวคั่วและพริกไทยเล็กน้อย จัดใส่จานเมนูปะพงสดอร่อย เหนียวนุ่ม ผสมผสานกับผักกรอบและรสเปรี้ยวอ่อนๆ ของมะนาว งาขาวคั่วหอมกรุ่น ทานคู่กับวาซาบิเพื่อเพิ่มรสชาติที่น่ารับประทานและพอดีคำ

4.3. ปลากะพงทำโจ๊ก (สำหรับเด็ก)
ส่วนผสม (3-4 คน)
- ปลากะพง: 500 กรัม
- ข้าวคั่ว: 1/2 กระป๋อง
- ขิง: 1 หัวใหญ่
- เห็ดหอมแห้ง: 50 กรัม
- หมูสับ: 200 กรัม
- กุ้งสับ: 200 กรัม
- ต้นหอมผักชี, พริกไทย, เครื่องปรุง
วิธีทำ
- ขั้นตอนที่ 1 – เตรียมปลาและโจ๊ก: แล่ปลากะพง เอาแต่เนื้อ หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ทอดให้เหลืองกรอบ ต้มข้าวคั่วเป็นโจ๊ก เติมโครงปลาลงไปเพื่อให้น้ำซุปหวานขึ้น
- ขั้นตอนที่ 2 – เตรียมส่วนผสมเพิ่มเติม: แช่เห็ดหอมแห้งให้นิ่ม ผ่าครึ่ง ล้างด้วยน้ำเกลือให้สะอาด ผัดหมูสับ, กุ้ง และเห็ดให้เข้ากัน ปรุงรสตามชอบแล้วใส่ลงในหม้อโจ๊ก คนให้เข้ากัน
- ขั้นตอนที่ 3 – ทำให้เสร็จสมบูรณ์: ตักโจ๊กใส่ชาม วางปลาไว้ด้านบน โรยต้นหอมผักชีและพริกไทยเพื่อเพิ่มรสชาติ โจ๊กปลากะพงร้อนๆ หอมหวานจากโครงปลาและเนื้อปลา หมูกุ้ง เห็ดรสเข้มข้น ทานคู่กับต้นหอมผักชีและพริกไทยจะเพิ่มรสชาติที่น่ารับประทาน

4.4. แกงกะหรี่ปลาช่อน
ส่วนผสมประกอบด้วย:
- เนื้อปลากะพงแล่: 1 ชิ้น, หั่นเป็นลูกเต๋า
- น้ำซุปไก่: 2 ถ้วย
- ผักกาดกวางตุ้งอ่อน: 3-4 ต้น
- ต้นหอม, ตะไคร้
- ผงกะหรี่: 1/2 ช้อนชา
- นมสดจืด: 2 ช้อนโต๊ะ
- ผงหอมใหญ่, ผงขิง, ผงขมิ้น, ผงพริก: อย่างละเล็กน้อย
- เกลือชมพู, น้ำมันพืช, หอมแดงสับ
วิธีทำโดยละเอียด:
- ขั้นตอนที่ 1 – หมักปลา: หั่นเนื้อปลาแล่เป็นลูกเต๋าพอดีคำ คลุกกับผงหอมใหญ่, ขิง, ขมิ้น, พริก และเกลือชมพู หมักประมาณ 30 นาทีเพื่อให้ซึมซับเครื่องปรุง
- ขั้นตอนที่ 2 – ผัดผักกาดกวางตุ้ง: ใส่น้ำมันลงในกระทะ เจียวหอมแดงให้หอม ผัดผักกาดกวางตุ้งให้นิ่มแล้วตักใส่ชามแยก
- ขั้นตอนที่ 3 – ทำแกงกะหรี่: ใส่น้ำมันเพิ่ม เจียวหอมแดง, ตะไคร้ และต้นหอม (ส่วนหัว) ใส่ผงกะหรี่ คนให้เข้ากันแล้วเทน้ำซุปไก่และนมสดลงไป ต้มให้เดือด ใส่ปลาลงไปต้มจนสุก น้ำซุปข้นเล็กน้อย ปรุงรสตามชอบ
- ขั้นตอนที่ 4 – ทำให้เสร็จสมบูรณ์: ตักปลาใส่ชาม เพิ่มผักกาดกวางตุ้งและต้นหอม ราดน้ำแกงกะหรี่ร้อนๆ เมนูนี้ทานกับข้าว, ขนมปัง หรือขนมจีนก็อร่อย

5. คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับปลาช่อน (FAQs)
ปลากะพงเข้ากับผักอะไร?
ปลากะพงมีรสหวาน เนื้อนุ่ม และค่อนข้างมัน จึงเข้ากันได้ดีกับผักหลายชนิด ตัวเลือกยอดนิยมบางส่วน ได้แก่ ผักกาดกวางตุ้ง, ผักบุ้ง, ผักกระเฉด, ดอกแค, ดอกบัว, ขึ้นฉ่าย หรือผักชีฝรั่งและผักชี ผักเหล่านี้ไม่เพียงแต่เพิ่มรสชาติให้กับอาหารเท่านั้น แต่ยังช่วยปรับสมดุลความมันและทำให้เมนูปลาสดชื่นยิ่งขึ้น เมื่อต้มแกง, เคี่ยว หรือนึ่ง คุณสามารถเลือกผักได้ตามความชอบ โดยคำนึงถึงเวลาในการปรุงเพื่อให้ผักยังคงความกรอบและสีเขียวสด
ปลากะพงราคาเท่าไหร่ 1 กก.?
ราคาปลากะพงจะแตกต่างกันไปตามขนาด แหล่งที่มา และช่วงเวลาที่ซื้อ ปัจจุบัน ปลากะพงสดมักมีราคาตั้งแต่ 250,000 – 400,000 ดอง/กก. สำหรับปลาเลี้ยง และราคาสูงกว่าสำหรับปลาทะเลธรรมชาติ เมื่อซื้อ คุณควรเลือกปลาที่ยังสด ตาใส เกล็ดมันวาว และเนื้อแน่น เพื่อรับรองคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
หวังว่าด้วยคำแนะนำเมนูปลากะพงข้างต้นจะช่วยให้คุณตอบคำถามที่ว่า “ปลากะพงทำอะไรอร่อย?” ขอให้คุณประสบความสำเร็จในการทำอาหาร และหากต้องการค้นหาสูตรอาหารที่เป็นเอกลักษณ์สำหรับครอบครัว อย่าลืมเข้าชม คอลัมน์อาหารและเครื่องดื่มของ Ola Squid นะ!

English
Tiếng Việt